วางแผนการเงินและลงทุนยุคใหม่ สูตรสำเร็จสร้างความมั่งคั่งระยะยาว

จากงานสัมนา : Sustainability of Thailand HEALTH CARE SYSTEM FORUM

จัดโดย : บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ร่วมกับ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

วันที่ : 11 มีนาคม 2568 เวลา 13.00 -16.00 น.

สถานที่จัด : อาคารเรียนรวม ห้อง L01 คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (พญาไท) 

วางแผนการเงินและลงทุนยุคใหม่ สูตรสำเร็จสร้างความมั่งคั่งระยะยาว

การบริหารจัดการเงินและการลงทุนในยุคปัจจุบันไม่ใช่เรื่องไกลตัวหรือเฉพาะสำหรับนักลงทุนมืออาชีพอีกต่อไป ความผันผวนของเศรษฐกิจทั่วโลก เงื่อนไขทางการเมืองและเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น AI ล้วนส่งผลต่อการเติบโตของสินทรัพย์และความมั่งคั่งในอนาคตของทุกคน หลักสำคัญในการสร้างฐานะที่มั่นคงในระยะยาว จึงอยู่ที่การเข้าใจ “การวางแผนทางการเงิน” อย่างรอบด้านและ “กลยุทธ์การลงทุน” ที่เหมาะสมกับยุคใหม่

บทความนี้จะพาคุณเข้าใจวิธีคิดแบบนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จ เคล็ดลับการสร้างพอร์ตแบบกระจายความเสี่ยง (Asset Allocation) และแนวทางวางแผนเกษียณที่ทุกคนทำได้ ไม่ว่าคุณจะเป็นพนักงานประจำ ผู้ประกอบการ หรือมือใหม่ด้านการเงิน

ชีวิตทางการเงินเปรียบเสมือนการปีนขึ้นและเดินลงภูเขา ช่วงวัยทำงานคือช่วง “สะสม” (Accumulation Phase) คุณมีรายได้จากการทำงาน หาเงิน ออมเงิน และเริ่มลงทุน เมื่อเข้าสู่วัยเกษียณหรือหยุดทำงาน จะเปลี่ยนเป็นช่วง “ใช้จ่าย” (Distribution Phase) ซึ่งจะได้ใช้ทรัพย์สินที่สะสมมาในช่วงวัยทำงาน

  • หากขาดการวางแผนและลงทุนอย่างเหมาะสม เมื่อถึงวัยเกษียณอาจไม่มีรายได้หรือทรัพย์สินเพียงพอสำหรับการดำรงชีวิต
  • ควรเริ่มวางแผนเกษียณตั้งแต่ได้รับเงินเดือนเดือนแรก หรืออย่างช้าที่สุดในช่วงต้นของชีวิตการทำงาน

การวางแผนทางการเงินที่ครบถ้วนต้องครอบคลุม 7 ด้าน ได้แก่

  1. Retirement Planning (วางแผนเกษียณ)
  2. Investment Planning (วางแผนลงทุน)
  3. Estate Planning (วางแผนส่งมอบมรดก)
  4. Tax Planning (วางแผนภาษี)
  5. Insurance Planning (วางแผนประกัน)
  6. Education Planning (วางแผนการศึกษาบุตร)
  7. Cash Flow & Debt Planning (วางแผนรายรับรายจ่ายและหนี้สิน)

ในแต่ละช่วงชีวิต ความสำคัญของแต่ละด้านอาจต่างกัน แต่ “การวางแผนเกษียณ” เป็นหัวใจสำคัญ เพราะไม่มีใครดูแลเราได้ดีเท่าตัวเราเองในวันที่ยังมีรายได้

เริ่มจากการกำหนด “เป้าหมายเงินที่ต้องใช้หลังเกษียณ” เช่น อยากมีใช้เดือนละ 50,000 บาท หลังเกษียณ 20 ปี ต้องเตรียมเงินราว 12 ล้านบาท (50,000 x 12 เดือน x 20 ปี)

ตรวจสอบเงินสะสมปัจจุบันจากหลายแหล่ง เช่น เงินชดเชยตามกฎหมายแรงงาน, เงินบำนาญประกันสังคม, ประกันชีวิต, กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, การลงทุนด้วยตัวเอง ฯลฯ

นำเป้าหมายเงินเกษียณลบด้วยเงินสะสมปัจจุบัน จะได้จำนวนเงินที่ต้องออมเพิ่มตลอดช่วงเวลาทำงานที่เหลือ พร้อมคำนวณผลตอบแทนจากการลงทุนที่ควรได้

กลยุทธ์ “Asset Allocation” กระจายการลงทุน ลดความเสี่ยง

การจัดสรรเงินลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่างๆ เช่น หุ้น ตราสารหนี้ ทองคำ อสังหาริมทรัพย์ ฯลฯ ให้เหมาะสมกับเป้าหมายและความเสี่ยงที่ยอมรับได้ วิธีนี้ช่วยให้พอร์ตลงทุนไม่ผันผวนแรงเมื่อสินทรัพย์ประเภทใดประเภทหนึ่งมีปัญหา

สำหรับมือใหม่สามารถใช้สูตรเบื้องต้น “100 ลบอายุ = สัดส่วนเงินลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง (เช่น หุ้น)” เช่น อายุ 40 ควรถือหุ้นไม่เกิน 60% ที่เหลือเป็นตราสารหนี้หรือเงินฝาก

กองทุนบำเหน็จบำนาญของญี่ปุ่น (GPIF) ใช้โครงสร้างพอร์ต 50% หุ้น 50% ตราสารหนี้ ส่วนของไทยนิยม 60% ตราสารหนี้ 40% หุ้น ซึ่งทั้งสองแบบเน้นการกระจายความเสี่ยง

  • ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังเติบโตได้ดี กำไรบริษัทใหญ่แข็งแกร่ง
  • ตลาดหุ้นเกิดใหม่และหุ้นไทย ยังเผชิญความท้าทายจากโครงสร้างเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลง
  • สินทรัพย์ทางเลือก เช่น กองทุนผสม ทองคำ อสังหาริมทรัพย์ หรือกองทุนที่เน้นการปรับพอร์ต (Asset Allocation Fund) ได้รับความนิยมมากขึ้น

การฝากเงินหรือพันธบัตรรัฐบาลให้ผลตอบแทนราว 1.5-3% ต่อปี ขณะที่กองทุนรวม หุ้น หรือสินทรัพย์ทางเลือก สามารถให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 6-8% ต่อปี (แต่ก็มีความเสี่ยงสูงกว่า)

ปัจจุบันมีแบบประกันชีวิตที่ควบการลงทุน (Unit Linked) ที่ช่วยให้วางแผนเกษียณและความคุ้มครองไปพร้อมกัน โดยลูกค้าสามารถเลือกสัดส่วนการลงทุนเองตามความเสี่ยงที่ยอมรับได้ พร้อมปรับเปลี่ยนพอร์ตตามความเหมาะสม

  • ใช้เงินเบี้ยน้อยแต่เรียกทุนประกันได้สูง
  • สามารถผสมกับกองทุนหลากหลาย (ทั้งหุ้น ตราสารหนี้ สินทรัพย์ต่างประเทศ ฯลฯ)
  • ออมแบบต่อเนื่อง มีโอกาสรับผลตอบแทนจากการลงทุนในระยะยาว
  • เป็นตัวช่วย “Dollar Cost Average” ในการลงทุนระยะยาว

ประกันชีวิต (ทั้งแบบคุ้มครองรายได้และแบบบำนาญ) ช่วยให้มั่นใจได้ว่าหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ครอบครัวหรือคนที่รักจะได้รับความคุ้มครอง พร้อมรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีอีกด้วย

  • คิดแบบกระจายความเสี่ยง: อย่า “ออลอิน” กับสินทรัพย์เดียว
  • ตั้งเป้าหมายชัดเจน: “ฉันจะเปลี่ยน เพราะเขียนเป้า” การเขียนเป้าหมายชัดเจน ช่วยให้เดินตามแผนได้สำเร็จ
  • ปรับแผนเมื่อสถานการณ์เปลี่ยน: เศรษฐกิจและตลาดการเงินเปลี่ยนตลอดเวลา การติดตามข้อมูลและปรับพอร์ตจึงสำคัญ

การวางแผนการเงินและลงทุนไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่ควรรอถึงวันที่ใกล้เกษียณจึงจะเริ่ม ทุกคนสามารถ “ออกแบบอนาคตทางการเงิน” ได้ด้วยการเข้าใจ Life Journey ของตนเอง วางเป้าหมายที่เหมาะสม รู้จัก “Asset Allocation” และใช้ผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เหมาะสม เช่น ประกันชีวิตควบการลงทุน ร่วมกับการออมและลงทุนในกองทุนหลากหลายประเภท

ขอเพียงเริ่มต้นลงมือวันนี้ คุณก็จะสร้าง “ภูเขาทรัพย์สิน” เพื่อใช้ในวันที่เกษียณอย่างมีความสุข และมอบความมั่นคงให้กับคนที่คุณรักได้ไม่ยาก

Allianz Ayudhya พร้อมเคียงข้างคุณในทุกช่วงชีวิต ให้คุณมั่นใจในแผนการเงินและการลงทุนที่ตอบโจทย์อนาคต