ก้าวสู่ระบบสุขภาพยั่งยืน บทเรียนจากสิงคโปร์ที่ไทยนำไปปรับใช้ได้

จากงานสัมนา : Sustainability of Thailand HEALTH CARE SYSTEM FORUM

จัดโดย : บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ร่วมกับ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

วันที่ : 11 มีนาคม 2568 เวลา 13.00 -16.00 น.

สถานที่จัด : อาคารเรียนรวม ห้อง L01 คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (พญาไท) 

Sustainability of Thailand HEALTH CARE SYSTEM FORUM

ในโลกที่สุขภาพเป็นรากฐานของการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจ ประเทศที่มีระบบสุขภาพเข้มแข็ง ย่อมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีและลดภาระค่าใช้จ่ายระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ สิงคโปร์เป็นตัวอย่างประเทศที่ออกแบบระบบสุขภาพโดยเน้นความยั่งยืน มุ่งสู่การป้องกันโรคและใช้เทคโนโลยีอย่างชาญฉลาด บทเรียนเหล่านี้เปิดโอกาสให้ไทยและบริษัทประกันอย่าง Allianz Ayudhya ได้นำมาปรับใช้เพื่อยกระดับสุขภาพของคนไทย

สิงคโปร์เน้นการลงทุนระยะยาวกับการอบรมและพัฒนาทักษะของบุคลากรสาธารณสุขทุกภาคส่วน ไม่ใช่เฉพาะแพทย์ แต่ยังรวมถึงพยาบาล เภสัชกร และบุคลากรสายสนับสนุน การยกระดับทักษะบุคลากรส่งผลให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ลดข้อผิดพลาด และสร้างความไว้วางใจ นอกจากนี้ การจัดการหน่วยงานด้านสุขภาพของรัฐยังโปร่งใส มีระบบตรวจสอบและกระจายงบประมาณอย่างเหมาะสม ทำให้ทุกบาททุกสตางค์เกิดประโยชน์สูงสุด

ในบริบทของไทย หากสามารถส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรให้ทันสมัย มีระบบฝึกอบรมต่อเนื่อง และส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีในการบริหารจัดการ จะช่วยยกระดับคุณภาพระบบสุขภาพไทยได้อย่างมีนัยสำคัญ

อีกหัวใจหลักของสิงคโปร์ คือ “Medic Safe” หรือระบบออมเงินเพื่อสุขภาพ ที่นำเงินออมในอนาคตของแต่ละคนมาใช้เมื่อเจ็บป่วยรุนแรง ลดภาระค่าใช้จ่ายฉุกเฉินและสร้างความมั่นใจให้ประชาชนได้ว่ามีเงินสำรองด้านสุขภาพเสมอ นอกจากนี้ยังมี “Medical Life” หรือประกันสุขภาพภาคบังคับสำหรับประชาชนทุกคน ระบบนี้มีเบี้ยประกันไม่สูงแต่ให้ความคุ้มครองมากโดยเฉพาะในกรณีป่วยร้ายแรง

หากผู้เอาประกันไม่สามารถจ่ายค่ารักษาได้เอง ยังมี “Medifund” ซึ่งเป็นกองทุนช่วยเหลือกรณีวิกฤตโดยรัฐเข้ามาสนับสนุน เป็นการเติมเต็มช่องว่างทางสังคม ช่วยให้ประชาชนไม่ตกหล่นจากระบบการดูแล

สำหรับไทยและบริษัทประกัน Allianz Ayudhya การให้ความรู้เรื่องการออมสุขภาพ และออกแบบผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพที่ตอบโจทย์ประชากรกลุ่มต่าง ๆ พร้อมระบบช่วยเหลือกรณีฉุกเฉิน จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำและสร้างสุขภาพที่มั่นคงให้กับทุกคน

จากเดิมที่ระบบสุขภาพจ่ายค่ารักษาเป็นรายบริการ (เช่น เหตุการณ์เจ็บป่วยแต่ละครั้ง), สิงคโปร์เปลี่ยนมาใช้โมเดล “Bundled Payment” คือจ่ายเหมารวมให้หน่วยบริการดูแลกลุ่มประชากร หากหน่วยบริการลงทุนกับการป้องกันตั้งแต่ต้น ก็จะลดภาระการรักษาในอนาคต ระบบนี้สร้างแรงจูงใจให้ทุกฝ่ายหันมาลงทุนกับการป้องกันโรค ส่งเสริมสุขภาพ และลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว

ในบริบทไทย หาก Allianz Ayudhya ร่วมมือกับหน่วยบริการสุขภาพในการออกแบบแผนประกันสุขภาพที่ส่งเสริมการป้องกัน เช่น การตรวจสุขภาพประจำปีหรือฉีดวัคซีน จะช่วยลดอัตราการเจ็บป่วยหนักในอนาคต

เทคโนโลยีเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยขยายการเข้าถึงบริการสุขภาพ เช่น Telemedicine ที่ผู้ป่วยสามารถปรึกษาแพทย์ทางวิดีโอคอล ลดค่าใช้จ่ายการเดินทางและลดระยะเวลารอคอย หุ่นยนต์และ AI ยังเข้ามาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพขนาดใหญ่ คัดกรองผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูง หรือช่วยให้บุคลากรดูแลผู้ป่วยได้อย่างแม่นยำและรวดเร็วขึ้น

ในอนาคต บริษัทประกันควรนำ AI มาใช้เพื่อประเมินความเสี่ยง วิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพและพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคลมากขึ้น

ระบบเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อมต่อทุกหน่วยงาน ช่วยให้การดูแลผู้ป่วยต่อเนื่องและลดความซ้ำซ้อนของการตรวจรักษา ข้อมูลสุขภาพที่แม่นยำและอัพเดทตลอดเวลายังนำไปใช้พัฒนาการดูแลเชิงป้องกันและบำบัดแบบ “Precision Health” หรือสุขภาพเฉพาะบุคคล โดยใช้ข้อมูลทางพันธุกรรมและไลฟ์สไตล์มาประกอบ

สำหรับบริษัทประกัน หากนำระบบข้อมูลเหล่านี้มาวิเคราะห์ร่วมกับพฤติกรรมผู้เอาประกัน จะสามารถปรับปรุงบริการและลดความเสี่ยงได้อย่างเป็นระบบ

ประชากรสุขภาพดีด้วยแนวคิด Population Health

สิงคโปร์เปลี่ยนมุมมองจากการ “รักษาคนป่วย” มาเป็นการ “ดูแลประชากรกลุ่มใหญ่ให้แข็งแรง” โดยหน่วยงานบริการสุขภาพต้องรับผิดชอบต่อประชากรในเขตของตนเอง ไม่ใช่แค่รักษาเมื่อเจ็บป่วย แต่รวมถึงการวางแผนป้องกัน การเก็บข้อมูลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง วิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยง และจัดโปรแกรมดูแลป้องกันที่ตรงจุด

สำหรับไทย Allianz Ayudhya อาจร่วมมือกับโรงพยาบาลและหน่วยบริการปฐมภูมิ พัฒนาโปรแกรมตรวจสุขภาพรายกลุ่ม เช่น กลุ่มวัยทำงาน ผู้สูงอายุ หรือเด็กเล็ก ให้ได้รับบริการป้องกันที่เหมาะสม

เมื่อพบว่าผู้ป่วยมักมารับบริการที่โรงพยาบาลเมื่ออาการรุนแรงแล้ว สิงคโปร์จึงผลักดันให้ขยายบริการป้องกันไปสู่ชุมชน เช่น มีพยาบาลหรือทีมสุขภาพประจำพื้นที่ คัดกรองความเสี่ยงหรือดูแลผู้สูงอายุถึงบ้าน เพื่อค้นหาและป้องกันโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ลดอัตราการเข้ารักษาในโรงพยาบาล

แนวทางนี้ Allianz Ayudhya สามารถนำมาใช้โดยสนับสนุนโปรแกรมเยี่ยมบ้าน ตรวจสุขภาพชุมชน หรือจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพร่วมกับโรงพยาบาลท้องถิ่น

การวิเคราะห์ข้อมูล “Omics” ช่วยให้เข้าใจลักษณะสุขภาพเฉพาะตัวของแต่ละคน เช่น ความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ เบาหวาน หรือโรคมะเร็ง แนวทางนี้ช่วยออกแบบแผนประกันสุขภาพเฉพาะบุคคล เช่น เบี้ยประกันที่อิงกับความเสี่ยงจริง พร้อมแนะนำการตรวจคัดกรองหรือปรับพฤติกรรมให้สอดคล้องกับสุขภาพเฉพาะบุคคล

บริษัทประกันในอนาคต เช่น Allianz Ayudhya อาจใช้ข้อมูลทางพันธุกรรมร่วมกับข้อมูลสุขภาพเพื่อปรับแต่งแผนประกันเฉพาะกลุ่มได้มากขึ้น

การใช้เทคโนโลยีติดตามพฤติกรรม เช่น แอปพลิเคชันสุขภาพ หรืออุปกรณ์ wearable device ช่วยกระตุ้นให้คนดูแลสุขภาพ เช่น เดินครบ 10,000 ก้าวต่อวัน รับการตรวจสุขภาพตามนัด เมื่อผู้เอาประกันดูแลสุขภาพดี Allianz Ayudhya สามารถให้ส่วนลดหรือสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ได้ เป็นแรงจูงใจสำคัญที่ช่วยลดอัตราเจ็บป่วยรุนแรงในระยะยาว

บริษัทประกันยุคใหม่ไม่ได้ดูแลแค่ตอนที่ลูกค้าเจ็บป่วย แต่ยังมีบทบาทในการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค เช่น มอบสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ที่เข้ารับการตรวจสุขภาพสม่ำเสมอ หรือรับวัคซีนป้องกันโรคสำคัญ เป็นการกระตุ้นให้ประชาชนใส่ใจสุขภาพ ช่วยลดโอกาสเกิดโรครุนแรงที่ทำให้บริษัทต้องจ่ายค่าสินไหมสูงในอนาคต

บริษัทประกันควรปรับใช้เทคโนโลยีในการรวบรวม วิเคราะห์ และจัดการข้อมูลสุขภาพลูกค้า เพื่อออกแบบแผนประกันใหม่ที่ตอบโจทย์ชีวิตจริง เช่น ประกันสุขภาพเฉพาะกลุ่มวัย ประกันโรคเฉพาะทาง หรือประกันที่ผูกกับพฤติกรรมสุขภาพในชีวิตประจำวัน ทั้งนี้ต้องควบคุมให้ระบบมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และคุ้มครองข้อมูลส่วนตัวของผู้เอาประกัน

“Preventive Health” คือ การลงทุนในสุขภาพระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสุขภาพประจำปี ฉีดวัคซีน ปรึกษาแพทย์ประจำบ้าน หรือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ การลงทุนนี้ช่วยลดโอกาสเกิดโรครุนแรง ลดภาระค่ารักษาพยาบาล และทำให้คุณภาพชีวิตประชาชนดีขึ้น

การออกแบบระบบสุขภาพที่ยั่งยืนต้องมอง “สุขภาพ” เป็นเรื่องของทุกคน ทั้งรัฐ บริษัทประกัน หน่วยบริการสุขภาพ และตัวประชาชนเองต้องร่วมมือกัน พัฒนาบุคลากร ปรับเปลี่ยนระบบบริหารและการจ่ายค่ารักษา ใช้เทคโนโลยีและข้อมูลอย่างชาญฉลาด มุ่งเน้นการป้องกันและดูแลสุขภาพล่วงหน้า