สุขภาพดีทุกวัย ระบบสุขภาพยั่งยืน เริ่มต้นที่ตัวเรา

จากงานสัมนา : Sustainability of Thailand HEALTH CARE SYSTEM FORUM

จัดโดย : บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ร่วมกับ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

วันที่ : 11 มีนาคม 2568 เวลา 13.00 -16.00 น.

สถานที่จัด : อาคารเรียนรวม ห้อง L01 คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (พญาไท) 

สุขภาพดีทุกวัย ระบบสุขภาพยั่งยืน เริ่มต้นที่ตัวเรา

ในยุคที่ค่ารักษาพยาบาลเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลายคนอาจตั้งคำถามว่าระบบสุขภาพไทยจะอยู่รอดและเข้าถึงได้สำหรับทุกคนหรือไม่ คำว่า "ความยั่งยืน" ของระบบสุขภาพ ไม่ได้หมายถึงแค่การรักษาโรค แต่คือการดูแลทุกคนให้สามารถเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง ทั้งในแง่ความเท่าเทียมและราคาที่ทุกคนรับไหว

บทความนี้จะชวนผู้อ่านมาทำความเข้าใจถึงความหมายของ "ระบบสุขภาพที่ยั่งยืน" ความท้าทายในปัจจุบัน และแนวทางที่ทุกภาคส่วน รวมถึงประชาชนทั่วไป ควรตระหนักและร่วมมือ เพื่อให้ระบบสุขภาพไทยแข็งแรงและรองรับสังคมสูงวัยได้อย่างแท้จริง

"ความยั่งยืน" ของระบบสุขภาพ หมายถึงการที่ทุกคนสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพ ในราคาที่เหมาะสม โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ระบบต้องมี "Inclusivity" หรือความทั่วถึง เปิดโอกาสให้ทุกกลุ่มประชากร ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้ใหญ่ หรือผู้สูงอายุ สามารถได้รับการดูแลที่จำเป็น โดยไม่ถูกจำกัดด้วยปัญหาทางเศรษฐกิจหรือสถานะทางสังคม

หนึ่งในปัญหาใหญ่ที่ทำให้การเข้าถึงบริการสุขภาพยากขึ้น คืออัตราเงินเฟ้อทางการแพทย์ (Medical Inflation) ที่สูงกว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้โดยเฉลี่ยถึง 4 เท่า ซึ่งหมายความว่าค่ารักษาพยาบาลเพิ่มขึ้นเร็วกว่ารายได้ของประชาชนทั่วไป เมื่อเวลาผ่านไป ผู้สูงอายุและครอบครัวอาจต้องเผชิญกับภาระค่าใช้จ่ายที่เกินกำลัง

ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัย ผู้สูงอายุจำเป็นต้องใช้บริการสุขภาพบ่อยขึ้น การที่ค่ารักษาพยาบาลเพิ่มสูง แต่รายได้ของประชากรไม่ได้เติบโตในอัตราเดียวกัน ทำให้หลายคนเริ่มเข้าถึงบริการได้น้อยลง

ในระบบประกันสุขภาพเอกชนของไทย อัตราผู้ถือกรมธรรม์ยังน้อยกว่าระบบประกันชีวิตมาก (ไม่ถึง 10% เทียบกับประกันชีวิตมากกว่า 50%) นี่สะท้อนถึงปัญหาทั้งด้านการรับรู้และความสามารถในการจ่ายเบี้ยประกันของประชาชนส่วนใหญ่

การเข้าถึงบริการรักษาพยาบาลที่ง่ายเกินไปในบางระบบ นำไปสู่การใช้ทรัพยากรอย่างไม่จำเป็น เช่น การนอนโรงพยาบาลหรือการใช้ยาที่ไม่จำเป็น ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายโดยรวมสูงขึ้นโดยไม่ก่อให้เกิดประโยชน์จริงแก่ผู้ป่วยทุกคน

แนวทางสร้างระบบสุขภาพที่ยั่งยืนสำหรับคนไทย

"ป้องกัน" คือคีย์เวิร์ดของความยั่งยืน ถ้าคนไทยไม่ป่วยหรือป่วยแล้วหายเร็ว ระบบจะมีต้นทุนน้อยลง มีเงินเหลือสำหรับการพัฒนาด้านอื่นๆ เช่น การลงทุนในเทคโนโลยีทางการแพทย์ หรือการดูแลกลุ่มโรคร้ายแรง

ผู้ป่วยควรได้รับบริการที่ได้มาตรฐานเดียวกันในทุกโรงพยาบาล การสร้างมาตรฐานกลาง (Standardization) และการใช้ข้อมูลทางสถิติ/เทคโนโลยีสารสนเทศจะช่วยให้การบริหารทรัพยากรเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ประเทศไทยใช้เงินไปกับค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อนและการให้บริการที่เกินความจำเป็นมากถึง 30% การปรับปรุงระบบไอทีและการใช้ Clinical Practice Guideline จะช่วยลดการใช้ทรัพยากรโดยไม่จำเป็นและเหลือเงินสำหรับกลุ่มผู้ป่วยที่ต้องการความช่วยเหลือจริง

การใช้ระบบ Copayment, Deductible หรือ Coinsurance (เช่น จ่ายร่วม 30 บาทรักษาทุกโรคในอดีต) ช่วยสร้างความตระหนักให้ประชาชนใช้บริการเมื่อจำเป็น ลดการใช้ทรัพยากรเกินความจำเป็น และทำให้คนสุขภาพดีเข้ามามีส่วนร่วมในระบบมากขึ้น

การลงทุนในนวัตกรรม เทคโนโลยี และการรักษาแบบ High Technology จะช่วยให้ระบบสุขภาพไทยสามารถตอบโจทย์โรคร้ายแรงได้อย่างมีประสิทธิภาพในต้นทุนที่เหมาะสม

ประชาชนมีบทบาทสำคัญในการเลือกใช้บริการสุขภาพอย่างมีเหตุผล เช่น เข้าโรงพยาบาลเฉพาะเมื่อจำเป็น ลดการเรียกร้องบริการที่ไม่จำเป็น ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายโดยรวมและทำให้ระบบประกันสุขภาพมีเสถียรภาพมากขึ้น

ควรเลือกแผนประกันสุขภาพที่ครอบคลุมกลุ่มโรคร้ายแรง เช่น โรคหัวใจ มะเร็ง ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูง และใช้แผนแบบมี Deductible เพื่อรับมือกับโรคที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องเคลมบ่อย

การสร้างระบบสุขภาพที่ยั่งยืนคือหน้าที่ของทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นรัฐ เอกชน หรือประชาชน การป้องกันและดูแลสุขภาพตนเอง การเลือกใช้บริการอย่างมีเหตุผล การมีส่วนร่วมในระบบประกันสุขภาพ และการร่วมผลักดันให้เกิดนวัตกรรม ล้วนเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ระบบสุขภาพไทยสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงและความท้าทายในอนาคตได้อย่างแท้จริง

Allianz Ayudhya พร้อมเป็นหนึ่งในแรงผลักดันสำคัญ เพื่อให้ทุกคนสามารถมีสุขภาพที่ดี มีคุณภาพชีวิตที่มั่นคง และมั่นใจได้ในทุกช่วงชีวิต