หยุดใช้ AI แค่ใน Silo ถึงเวลา คิดค้นกระบวนการใหม่ทั้งหมด

จากงานสัมนา : AI Driving the Future of Insurance and Financial Institutions

จัดโดย : บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ร่วมกับ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัย มหิดล

วันที่ : 4 พฤศจิกายน 2568 เวลา 13.00 น. - 16.00 น.

สถานที่จัด : อาคารเรียนรวมห้อง L01 คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัย มหิดล (พญาไทย)

องค์กรจำนวนมากกำลังลงทุนมหาศาลกับ AI แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับเป็นเพียงการปรับปรุงเล็กน้อย ไม่ใช่การปฏิวัติ นี่คือ "กับดักของการปรับปรุงเล็กน้อย" ที่ทำให้องค์กรพลาดโอกาสในการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวเทคโนโลยี แต่อยู่ที่การนำ AI ไปใช้ปะกับกระบวนการเก่าที่ล้าสมัย หรือใช้เพียงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพภายใน Silo หรือการทำงานแบบแยกส่วนของแผนก

บทความนี้จะชี้ให้เห็นว่า การปลดล็อกศักยภาพที่แท้จริงของ AI ไม่ใช่การปรับปรุง แต่คือการคิดค้นกระบวนการใหม่ทั้งหมด โดยมี AI เป็นแกนกลาง เพื่อมุ่งสู่ปลายทางที่เรียกว่า Contextualized Services

ปัญหาการทำงานแบบ Silo ในปัจจุบัน สะท้อนผ่านการใช้ AI ที่แยกส่วนกันอย่างชัดเจน:

  • ฝ่ายการตลาด ใช้ AI เพื่อยิงโฆษณาและวิเคราะห์แคมเปญ
  • ฝ่ายบริการลูกค้า ใช้ AI เพื่อเป็น Chatbot ตอบคำถามพื้นฐาน
  • ฝ่ายสินเชื่อ ใช้ AI เพื่อวิเคราะห์ความเสี่ยงในกระบวนการของตน

ผลกระทบคือ ทุกฝ่ายต่างมี AI ของตัวเอง แต่ข้อมูลไม่เชื่อมต่อกัน ลูกค้ายังคงได้รับประสบการณ์ที่ขาดตอน และองค์กรก็ได้ประโยชน์จาก AI ไม่เต็มที่

ข้อสรุปของปัญหาคือ การใช้ AI ใน Silo จะช่วยให้คุณ "ทำงานเดิมได้เร็วขึ้น" แต่จะไม่ช่วยให้คุณ "สร้างวิธีการทำงานใหม่" ที่ดีกว่าเดิม

พลังของการ "คิดค้นกระบวนการใหม่ทั้งหมด" คือการเปลี่ยนกรอบคิดในการตั้งคำถาม:

  • คำถามเดิม (Silo) "เราจะใช้ AI ช่วยให้กระบวนการอนุมัติสินเชื่อ 5 ขั้นตอนของเราเร็วขึ้นได้อย่างไร"
  • คำถามใหม่ (Reimagined) "ถ้า AI สามารถประเมินความเสี่ยงได้ใน 1 วินาที ทำไมเรายังต้องมี 5 ขั้นตอนตั้งแต่แรก"

นี่คือการเปลี่ยนกรอบคิด คือการออกแบบกระบวนการโดยมี AI เป็นศูนย์กลางตั้งแต่วันแรก ไม่ใช่การนำ AI มาเสียบทีหลัง

เป้าหมายไม่ใช่การลดต้นทุน แต่คือการสร้างคุณค่าใหม่ ที่กระบวนการเดิมให้ไม่ได้

นี่คือผลลัพธ์ของการคิดค้นใหม่ Contextualized Service คือบริการที่เข้าใจบริบทของลูกค้า ณ เวลานั้น ว่าพวกเขาอยู่ที่ไหน กำลังทำอะไร ต้องการอะไร และสามารถยื่นข้อเสนอหรือให้ความช่วยเหลือได้ทันทีและตรงจุด โดยที่ลูกค้าอาจยังไม่ทันได้ร้องขอ

ตัวอย่างในธุรกิจประกันภัย

  • แบบเดิม (Silo) ลูกค้าเกิดอุบัติเหตุ ต้องโทรหา Call Center (Silo 1) กรอกเอกสารเคลม (Silo 2) รออู่ประเมินราคา (Silo 3) ประสบการณ์จึงขาดตอนและล่าช้า
  • แบบใหม่ (Reimagined) เซ็นเซอร์ในรถตรวจพบอุบัติเหตุ AI "เริ่มกระบวนการ" อัตโนมัติ ส่งรถยกไปยังตำแหน่ง GPS แจ้งเตือนโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด และอนุมัติการเคลมล่วงหน้า ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในไม่กี่นาที

ตัวอย่างในธุรกิจธนาคาร

  • แบบเดิม (Silo) ลูกค้าต้องเปิดแอปเพื่อโอนเงิน หรือเช็กยอดด้วยตนเอง
  • แบบใหม่ (Reimagined) AI ตรวจพบว่าลูกค้ากำลังซื้อตั๋วเครื่องบินไปต่างประเทศ จึง "เสนอ" เปิดบริการ Travel Card และเปิดวงเงินฉุกเฉินให้ทันทีในหน้าจอนั้น

แนวทางปฏิบัติสำหรับผู้นำมีดังนี้

  1. ทำลายกำแพงแผนก สร้างทีมที่ทำงานข้ามสายงาน โดยมีเป้าหมายร่วมกันคือ ประสบการณ์ลูกค้า ไม่ใช่ KPI ของแผนก
  2. ให้อำนาจในการทดลอง สร้างวัฒนธรรมที่อนุญาตให้ทดลองกระบวนการใหม่ และยอมรับความล้มเหลวที่รวดเร็ว
  3. โฟกัสที่การไหลของข้อมูล ตรวจสอบให้แน่ใจว่าข้อมูลสามารถไหลข้ามแผนกได้อย่างไร้รอยต่อ เพราะนี่คือเชื้อเพลิงของ AI
  4. เริ่มจากจุดเล็กๆ แต่ขยายผลเร็ว เลือกหนึ่ง Customer Journey ที่สำคัญที่สุด และคิดค้นใหม่ทั้งกระบวนการก่อน แล้วจึงขยายผล

การเดินทางของ AI ในองค์กรมีสองเส้นทาง เส้นทางแรกคือการใช้ AI เพื่อ "ปรับปรุง" กระบวนการเดิมให้เร็วขึ้น หรือลดต้นทุนใน Silo ที่มีอยู่ ซึ่งเป็นเส้นทางที่ปลอดภัย แต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็เป็นเพียงการปรับปรุงเล็กน้อย และไม่สามารถสร้างความได้เปรียบที่ยั่งยืนได้

เส้นทางที่สอง คือการกล้าที่จะ "คิดค้นกระบวนการใหม่ทั้งหมด" นี่คือเส้นทางที่ท้าทายกว่า แต่เป็นหนทางเดียวที่จะปลดล็อกศักยภาพที่แท้จริงของ AI โดยการออกแบบกระบวนการใหม่ที่มี AI เป็นแกนกลาง เพื่อส่งมอบบริการที่รู้ใจลูกค้าอย่างแท้จริง หรือ Contextualized Services ซึ่งเป็นสิ่งที่กระบวนการเก่าไม่สามารถให้ได้ คุณค่าสูงสุดของ AI ไม่ได้อยู่ที่การทำให้กระบวนการเก่าดีขึ้น แต่อยู่ที่การสร้างกระบวนการใหม่ที่เหนือกว่า

ผู้นำองค์กรในวันนี้จึงไม่ได้อยู่หน้าทางเลือกว่าจะ "ใช้ AI หรือไม่" แต่อยู่หน้าทางเลือกว่าจะใช้ AI เพื่อ "ปรับปรุงอดีต" หรือจะใช้มันเพื่อ "สร้างสรรค์อนาคต" การตัดสินใจนี้ คือสิ่งที่จะกำหนดว่าองค์กรของคุณจะเป็น "ผู้ตาม" หรือ "ผู้นำ" ในทศวรรษต่อไป