ปัจจุบันสื่อโซเชียลมีเดียมีบทบาทในชีวิตประจำวัน สามารถเข้าถึงได้เกือบทุกเพศทุกวัย แต่เมื่อมีการใช้โซเชียลมีเดียมากจนเกินไป อาจทำให้เกิดภาวะเสพติด (Socia Addiction) ขาดการปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง ส่งผลกระทบกับการใช้ชีวิต การเรียน การงาน ไปจนถึงสุขภาพ
1. เล่นมากเกินไป เล่นไม่รู้จักเวลา ไม่สามารถควบคุมการใช้งานได้ ไม่ยอมกิน ไม่ยอมนอน
2. เมื่อไม่ได้เล่น จะมีอาการหงุดหงิด อาละวาด เครียด กระวนกระวายใจ
3. มีความต้องการเล่นเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่การเพิ่มจำนวนเวลาการเล่น จนถึงอัปเกรดสมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์ใช้งานให้ทันสมัยขึ้น
4. มักใช้โซเชียลมีเดียเพื่อผ่อนคลายเวลาเครียดหรือไม่ว่าทำกิจกรรมใดอยู่ก็จะคิดถึงการใช้โซเชียลมีเดีย

1. ขาดการเข้าสังคม มีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้างลดลง ความสัมพันธ์ล้มเหลว
2. เกิดความรู้สึกแย่เมื่อจำนวนยอดไลก์ที่ได้ไม่เป็นไปตามที่คาดหวังหรือโพสต์ไม่ได้รับความสนใจ
3. เกิดการเปรียบเทียบกับคนบนโลกออนไลน์ที่มีการโพสต์เรื่องราวชีวิตที่ดีกว่าหรือประสบความสำเร็จมากกว่า
4. ขาดความเป็นส่วนตัว หากมีการโพสต์โซเชียลมีเดียเปิดแชร์แบบสาธารณะ
5. นอนหลับยากขึ้นหากมีการใช้สมาร์ทโฟน แท็บเล็ตก่อนนอน
6. หลุดโฟกัส ไขว้เขวจากเป้าหมายที่ตั้งไว้

การใช้โซเชียลมีเดียเกิดผลเสียต่อสุขภาพมากมาย สำหรับใครที่เลี่ยงไม่ได้ มาทำความรู้จักกันว่ามีโรคอะไรบ้างที่ต้องระวังจากการเสพติดโซเชียลมากเกินไป

เป็นโรคที่เกิดจากการใช้งานสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ ทั้ง Facebook, Twitter, TikTok, Instagram ซึ่งมีหลากหลายเรื่องราวเกิดขึ้นที่มักจะเป็นชีวิตที่สมบูรณ์แบบเป็นส่วนใหญ่ แล้วนำมาเปรียบเทียบกับตัวเอง จึงเกิดความรู้สึกกดดัน บั่นทอนความสุขตัวเองจนกลายเป็นความเครียด นำไปสู่ภาวะซึมเศร้าที่มาจากการเล่นโซเชียลโมเดีย
ผู้ที่มีอาการละเมอแชทจะอยู่ในสภาวะกึ่งหลับกึ่งตื่น เมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือนหรือมีการสั่นเตือนของโทรศัพท์มือถือจะถูกกระตุ้นให้ตอบสนองด้วยการรีบตอบกลับทันทีกลายเป็นการละเมอแชท ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ทำให้นอนหลับไม่สนิท พักผ่อนไม่เพียงพอ เกิดความเครียดสะสมได้
โรควุ้นในตาเสื่อมไม่ได้เกิดกับผู้สูงอายุเท่านั้น แต่ยังสามารถเกิดขึ้นกับวัยทำงาน และคนที่อายุน้อยเพิ่มมากขึ้น สาเหตุมาจากพฤติกรรมติดจอมากเกินไป ยิ่งใช้โทรศัพท์มือถือขณะปิดไฟทำให้สายตาที่ทำงานหนักมาทั้งวันแล้วยิ่งต้องทำงานหนักเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งหากใครที่มองเห็นจุดเล็กๆ หรือมีลักษณะคล้ายหยากไย่ในดวงตา อาจสันนิษฐานได้ว่าวุ้นในตาเริ่มเสื่อมแล้ว
ที่มาจากคำว่า No Mobile Phone Phobia ส่วนใหญ่พบในกลุ่มวัยรุ่น คือจะมีอาการหมกมุ่นอยู่กับมือถือได้ตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะทำกิจกรรมอะไรอยู่ก็จะให้ความสนใจกับโลกออนไลน์มากกว่ากิจกรรมที่ทำอยู่ และจะรู้สึกหงุดหงิด กระวนกระวายใจเมื่อหาโทรศัพท์มือถือไม่เจอหรือไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต ปัญหาที่ตามมานอกจากขาดปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้างแล้ว ยังส่งผลกระทบกับร่างกายตามมา
เกิดจากการก้มหน้ามองจอหน้าเกินไป ทำให้กล้ามเนื้อคอเกิดอาการเกร็งและไปเพิ่มแรงกดบริเวณแก้ม บริเวณลำคอก็เกิดการหย่อนคล้อย กล้ามเนื้อตรงมุมปากตกไปตรงคาง หรือมีเหนียงเกิดขึ้นนั่นเอง
เป็นภาวะคล้ายโรคสมาธิสั้น แต่สมาธิสั้นเทียมเกิดจากพฤติกรรมการใช้สมาร์ทโฟน แท็บเลต ไอแพดโดยขาดการควบคุมอารมณ์ตัวเอง มีพฤติกรรมก้าวร้าว ใจร้อน รอคอยไม่ได้ จะรู้สึกกระวนกระวายใจเมื่อเจอเรื่องที่ชักช้าไม่ทันใจ

โซเชียลมีเดียจึงมีทั้งประโยชน์และโทษ  หากรู้จักใช้อย่างพอดี ก็จะช่วยให้รับมือกับโลกโซเชียลได้อย่างถูกวิธีและมีสุขภาพจิตที่ดี การใช้โซเชียลมีเดียให้เป็นประโยชน์ผ่านสมาร์ทโฟนก็สามารถไปหาหมอได้ทุกที่ผ่านบริการโทรเวชกรรมเพียงนัดหมายล่วงหน้าด้วยประกันสุขภาพแผนแคร์เอนีแวร์ คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลสูงสุด 800,000 บาท ต่อการพักรักษาเป็นผู้ป่วยในครั้งใดครั้งหนึ่ง ไม่ต้องสำรองจ่ายกับสถานพยาบาลในเครือข่าย ไม่ต้องซื้อประกันชีวิตควบคู่ด้วย
  • แผนประกันสุขภาพคุ้มครองทั่วโลก(ยกเว้นสหรัฐอเมริกา)
  • รับคำแนะนำด้านสุขภาพจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญผ่านบริการโทรเวชกรรม
  • ไม่ต้องสำรองจ่าย กับสถานพยาบาลในเครือข่าย
  • ไม่ต้องซื้อพ่วงประกันชีวิต
  • เบี้ยประกันลดหย่อนภาษีสูงสุดไม่เกิน 25,000 บาท (ตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด)

คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติม ประกันสุขภาพ แผนแคร์เอนีแวร์ 

หรือโทรหาผู้เชี่ยวชาญของเราได้ที่ 022328555

ที่มา : https://bit.ly/4417E21
https://bit.ly/3rvfeDK
https://bit.ly/3NQL6tY