ดังนั้นการมีสวัสดิการจากบริษัทอย่าง ประกันสุขภาพกลุ่มอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ มาดูกันว่ามีเหตุผลอะไรที่ควรทำประกันสุขภาพเพิ่มเป็นตัวช่วย
ค่ารักษาพยาบาลสูงขึ้นเรื่อยๆ
หากมีการเจ็บป่วยที่ต้องใช้ระยะเวลาในการรักษานาน เช่น โรคร้ายแรงอย่างโรคมะเร็ง วงเงินจากประกันกลุ่มที่มีอยู่อาจไม่พอ การทำประกันสุขภาพหรือเสริมความคุ้มครองด้วย ประกันมะเร็งจึงช่วยครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลส่วนเกินและค่าใช้จ่ายเฉพาะทางได้ดีขึ้น
ความคุ้มครองจำกัดเฉพาะช่วงที่ทำงานอยู่
อย่าลืมว่าหากคุณลาออกหรือเกษียณแล้ว ประกันกลุ่มจากบริษัทก็จะไม่ได้คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลของคุณต่อเนื่อง แต่ความเจ็บป่วยก็จะมาโดยไม่ทันตั้งตัวในขณะที่คุณไม่มีประกันสุขภาพคอยดูแลค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ การทำประกันสุขภาพไว้เองก็จะช่วยให้คุณรับมือกับค่ารักษาพยาบาลที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ได้
ค่าเบี้ยประกันสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้
การทำประกันสุขภาพนอกจากจะช่วยดูแลค่าใช้จ่ายเมื่อเจ็บป่วยไม่สบายหรือนอนโรงพยาบาลได้แล้ว ค่าเบี้ยประกันสุขภาพยังสามารถนำไปใช้ลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุด 25,000 บาท**
ดังนั้นถ้าไม่อยากให้เงินที่หามาได้จากการทำงานอย่างหนักหายไปกับการดูแลตัวเองเมื่อยามเจ็บป่วย คนวัยทำงานจึงควรวางแผนทำประกันสุขภาพไว้ในวันที่สุขภาพยังดีอยู่ เพื่อรับมือกับปัญหาสุขภาพที่ยังมาไม่ถึง
ประกันสุขภาพจากบริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย พร้อมคุ้มครองสุขภาพอย่างครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ขอแนะนำแผนเอ็มพลอยยีแคร์พลัส และแผนแคร์พลัส ให้คุณอุ่นใจกับเครือข่ายสถานพยาบาลและคลินิกกว่า 490 แห่งทั่วประเทศ* และไม่ต้องซื้อพ่วงประกันชีวิต
แผนเอ็มพลอยยีแคร์พลัส
- เหมาะสำหรับพนักงานองค์กรที่มีประกันกลุ่ม อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย
- คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลสูงสุด 600,000 บาท ต่อการเข้าพักรักษาตัวครั้งใดครั้งหนึ่ง*
- คุ้มครอง ค่าห้องสูงสุด 5,000 บาท*
- คุ้มครองเพิ่มเติมค่าใช้จ่ายอีก 80% สำหรับส่วนเกินค่ารักษาผู้ป่วยใน
- คุ้มครองโรคที่เป็นมาก่อนปีต่ออายุ (ภายใต้เงื่อนไขบริษัท)
แผนแคร์พลัส
- ให้ความคุ้มครองทั้งการบาดเจ็บและการเจ็บป่วยสูงสุด 600,000 บาท ต่อการพักรักษาเป็นผู้ป่วยในครั้งใดครั้งหนึ่ง*
- คุ้มครองค่าห้องผู้ป่วยใน สูงสุด 4,000 บาทต่อวัน*
- ใช้ร่วมกับแผนประกันสุขภาพหลักที่มีอยู่ โดยจะคุ้มครอง 80% ของค่ารักษาพยาบาลตามสิทธิ จากส่วนที่เกิน 20,000 บาทแรก*