โรคร้ายแรง มีอะไรบ้าง? โรคร้ายเกิดจากอะไร? ป้องกันอย่างไร

เขียนโดย: Kemmika Chairatkunchorn (ผู้เชียวชาญ ด้านประกันสุขภาพ)

อัพเดตล่าสุด: March 12, 2026

โรคร้ายแรง

ในยุคปัจจุบันที่วิถีชีวิตเต็มไปด้วยความเร่งรีบ สภาพแวดล้อมที่เสื่อมโทรม และพฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนไป ส่งผลให้ร่างกายของเราต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากโรคภัยต่าง ๆ มากขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ปัญหาสุขภาพที่สะสมอาจลุกลามจนกลายเป็นโรคร้ายที่ทำลายทั้งคุณภาพชีวิตและสถานะทางการเงินของครอบครัว

โรคร้ายแรง เป็นเรื่องใกล้ตัวกว่าที่คิด การทำความเข้าใจเกี่ยวกับอาการของโรค สาเหตุการเกิดโรค และแนวทางการป้องกันจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้คุณห่างไกลจากโรคร้ายแรงและรักษาความผิดปกติของร่างกายได้อย่างทันท่วงที บทความนี้จะเจาะลึกทุกประเด็นที่คุณต้องรู้เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับทุกความเสี่ยง

Key Takeaways

  • โรคร้ายแรงส่วนใหญ่มักเป็นโรคที่ไม่ติดต่อ ซึ่งเกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตสะสมเป็นเวลานานจนเกิดความผิดปกติในระบบต่าง ๆ ของร่างกาย
  • มะเร็ง หลอดเลือดสมอง และหัวใจ ยังคงเป็นกลุ่มโรคที่ทำให้คนไทยเสียชีวิตเป็นอันดับต้น ๆ และเป็นโรคที่อันตรายที่สุดในโลกในแง่ของสถิติการสูญเสีย
  • การตรวจโรคสม่ำเสมอและการสังเกตอาการป่วยมีอะไรบ้าง จะช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายขาดหรือควบคุมอาการไม่ให้ทรุดหนักได้
  • การวางแผนความคุ้มครองผ่านการทำประกันภัยเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงด้านค่ารักษาพยาบาลที่สูงของโรคที่รักษาไม่หาย หรือโรคเรื้อรัง

โรคร้ายแรง คือ กลุ่มอาการเจ็บป่วยที่มีความรุนแรง ต้องใช้ระยะเวลาในการรักษานาน และมีค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ที่สูงมาก โดยส่วนใหญ่จะเป็นโรคที่ไม่ติดต่อซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออวัยวะสำคัญ เช่น หัวใจ สมอง ตับ และไต หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องอาจนำไปสู่ภาวะทุพพลภาพหรือเสียชีวิตได้ในเวลาอันสั้น

พิจารณาเลือกทำ ประกันโรคร้ายแรง เพื่อเป็นหลักประกันในอนาคต

สาเหตุการเกิดโรคในกลุ่มโรคร้ายแรงมักไม่ได้มาจากปัจจัยเดียว แต่เกิดจากพันธุกรรม สภาพแวดล้อม และที่สำคัญที่สุดคือพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน ที่ส่งผลต่อการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกายจนเกิดความเสื่อมสภาพก่อนวัยอันควร

ปัจจัยหลักที่อาจเป็นต้นเหตุของปัญหาด้านสุขภาพและนำไปสู่การเป็นโรคร้ายแรง มีดังนี้

  • พฤติกรรมการบริโภค: การทานอาหารที่มีไขมันสูง น้ำตาลสูง หรืออาหารแปรรูปบ่อยครั้ง
  • กรรมพันธุ์: ประวัติคนในครอบครัวที่เป็นโรคเรื้อรัง เช่น มะเร็ง หรือเบาหวาน
  • มลภาวะ: การได้รับสารพิษ ฝุ่น PM 2.5 หรือสารเคมีสะสมในร่างกาย
  • การขาดการออกกำลังกาย: ส่งผลให้ระบบเผาผลาญทำงานผิดปกติและเกิดโรคอ้วน
  • ความเครียดสะสม: ตัวการสำคัญที่ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอและส่งผลต่อระบบประสาท

การรู้จักว่าโรคร้ายแรงมีอะไรบ้าง และอาการของโรคแต่ละชนิดเป็นอย่างไร จะช่วยให้เราสังเกตความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โดยต่อไปนี้คือ 15 โรคร้ายแรงที่ถือว่าเป็นโรคที่น่ากลัวและพบบ่อยในปัจจุบัน

โรคมะเร็งระยะลุกลาม คือ เนื้องอกหรือเซลล์ร้ายที่ได้รับการยืนยันทางพยาธิวิทยาว่า เป็นมะเร็งและมีการลุกลาม ลึกเกินกว่าชั้นพยุงเนื้อเยื่อ (Basement Membrane) หรือกระจายไปยังเนื้อเยื่อข้างเคียง/อวัยวะอื่น รวมถึงมะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งไขกระดูก และมะเร็งเนื้อรก

อย่างไรก็ตาม นิยามนี้มีข้อยกเว้นสำคัญ ได้แก่ มะเร็งระยะเริ่มแรก (Carcinoma in Situ), มะเร็งต่อมลูกหมาก-ไทรอยด์-กระเพาะปัสสาวะในระยะ T1N0M0, มะเร็งเม็ดเลือดขาว CLL ที่ต่ำกว่าระยะ 3, มะเร็งผิวหนัง (ยกเว้น Melanoma ระยะ 2 ขึ้นไป), เนื้องอกกลุ่ม Borderline หรือ Pre-malignant (เช่น CIN I-III), มะเร็งในผู้ป่วย HIV และมะเร็งที่เกิดขึ้นซ้ำหรือมีอาการก่อนกรมธรรม์มีผลบังคับภายใน 90 วัน

มะเร็ง โรคที่คนไทยเป็นเยอะที่สุด แต่การรับมือที่ถูกต้องจะช่วยให้คุณผ่านไปได้... อ่านต่อเพื่อดูว่าทำไมการมีประกันมะเร็ง ถึงสำคัญกว่าที่คิด

กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันจากการขาดเลือด (Acute Heart Attack) คือ ภาวะที่เกิดความเสียหายต่อกล้ามเนื้อหัวใจอย่างรุนแรง โดยต้องมีเกณฑ์การวินิจฉัยครบทั้ง 3 ข้อ ดังนี้

  1. มีอาการเจ็บหน้าอกที่เข้าข่ายลักษณะเฉพาะของการขาดเลือด
  2. ผลตรวจเลือดพบค่าเอนไซม์หัวใจสูงกว่าปกติ โดย Cardiac Troponin (T หรือ I) ต้องสูงอย่างน้อย 3 เท่า หรือ CKMB สูงอย่างน้อย 2 เท่าของค่ามาตรฐาน
  3. พบความเปลี่ยนแปลงของคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) ที่เกิดขึ้นใหม่และมีลักษณะเฉพาะของโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันครั้งแรก

โรคหลอดลมปอดอุดกั้นเรื้อรังขั้นรุนแรง หรือโรคปอดระยะสุดท้ายหมายถึง สภาวะของโรคที่ได้รับการวินิจฉัยยืนยันโดยอายุรแพทย์โรคระบบทางเดินหายใจ ซึ่งผู้ป่วยต้องมีลักษณะครบทั้ง 2 ข้อ ดังนี้

  1. มีความจำเป็นต้องรับออกซิเจนต่อเนื่องตลอดไป เนื่องจากค่าแรงดันออกซิเจนในเลือดแดงขณะหายใจปกติมีค่า ≤ 55 mmHg
  2. มีค่าปริมาตรอากาศที่เป่าออกอย่างเร็วที่สุดในวินาทีแรก (FEV 1) น้อยกว่า 1 ลิตรอย่างต่อเนื่อง

โรคกล้ามเนื้อหัวใจ เป็นโรคที่อันตราย โดยต้องปรากฏอาการครบทั้ง 2 ข้อ คือ

  1. มีการสูญเสียหน้าที่ของหัวใจห้องล่างซ้ายอย่างถาวรต่อเนื่องกันอย่างน้อย 90 วัน แม้จะได้รับการรักษาอย่างเต็มที่แล้ว โดยต้องมีผลยืนยันจากภาพสะท้อนหัวใจ (Echocardiogram)
  2. มีความผิดปกติของหัวใจหรือบกพร่องทางกายรุนแรงถึงระดับ 4 ตามมาตรฐาน NYHA ทั้งนี้ ไม่คุ้มครอง กรณีที่มีสาเหตุโดยตรงจากการดื่มสุราหรือการใช้ยาในทางที่ผิด (Drug abuse)

โรคแรงดันในหลอดเลือดแดงปอดสูงแบบปฐมภูมิ (Primary Pulmonary Arterial Hypertension) คือภาวะความดันเลือดในปอดสูงโดยไม่ทราบสาเหตุ ส่งผลให้กล้ามเนื้อหัวใจห้องล่างขวาขยายตัวผิดปกติ การวินิจฉัยต้องได้รับการยืนยันจากอายุรแพทย์โรคหัวใจผ่านการสวนหัวใจ (Cardiac Catheterization) โดยความรุนแรงต้องอยู่ในระดับที่ทำให้เกิดความบกพร่องทางกายถาวรตั้งแต่ ระดับ 4 ตามเกณฑ์ NYHA (หรือระดับ 3 ตามเงื่อนไขเพิ่มเติมของบริษัทประกัน)

โรคหลอดเลือดสมองแตกหรืออุดตัน หมายถึง ความบกพร่องทางระบบประสาทอย่างเฉียบพลันที่มีสาเหตุจากหลอดเลือดสมองอุดตัน (Thrombosis), เลือดออกในสมอง (Haemorrhage) หรือการอุดตันโดยลิ่มเลือดจากภายนอกกะโหลกศีรษะ (Embolism) โดยต้องมีหลักฐานความพิการทางระบบประสาทต่อเนื่องกันอย่างน้อยตามระยะเวลาที่กำหนด (แต่ไม่เกิน 45 วัน) และยืนยันผลด้วยการตรวจ CT Scan หรือ MRI ทั้งนี้โรคร้ายแรงไม่รวมถึง การบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ ภาวะเนื้อเยื่อสมองขาดเลือด (Infarction) หรืออาการขาดเลือดแบบชั่วคราว (TIA/RIND)

เนื้องอกในสมองชนิดที่ไม่ใช่มะเร็ง หมายถึง เนื้องอกในกะโหลกศีรษะที่ยืนยันผลด้วย CT Scan หรือ MRI โดยต้องมีลักษณะครบ 3 ข้อ ดังนี้

  1. เป็นอันตรายถึงชีวิต
  2. กดทับสมองจนเกิดความดันในกะโหลกสูง ส่งผลให้มีอาการทางประสาท เช่น ชัก จอประสาทตาบวม หรือการรับความรู้สึก/เคลื่อนไหวผิดปกติ
  3. ต้องได้รับการรักษาด้วยการผ่าตัดหรือใช้ Gamma Knife ทั้งนี้จะไม่ครอบคลุมถึง ซีสต์, แกรนูโลมา, ความผิดปกติของเส้นเลือด, ก้อนเลือดในสมอง, เนื้องอกที่ต่อมใต้สมอง ไขสันหลัง หรือเส้นประสาทอะคูสติก

โรคของเซลล์ประสาทควบคุมการเคลื่อนไหว คือกลุ่มโรคที่เกิดจากการเสื่อมสลายของเซลล์ประสาท เช่น Spinal Muscular Atrophy, Progressive Bulbar Palsy, Amyotrophic Lateral Sclerosis (ALS) หรือ Primary Lateral Sclerosis ส่งผลให้ผู้ป่วยสูญเสียความสามารถในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวันด้วยตนเองอย่างถาวรตั้งแต่ 3 อย่างขึ้นไป โดยต้องได้รับการวินิจฉัยยืนยันจากอายุรแพทย์ประสาทวิทยา (Neurologist) เท่านั้น

โรคหลอดเลือดสมองโป่งพอง โรคร้ายแรงที่ต้องเข้ารับการผ่าตัดเปิดกะโหลกศีรษะ (Craniotomy) โดยประสาทศัลยแพทย์ เพื่อหนีบ ซ่อมแซม หรือนำหลอดเลือดส่วนที่โป่งพองออก ซึ่งต้องยืนยันการวินิจฉัยด้วยภาพถ่ายรังสีหลอดเลือดสมอง ทั้งนี้จะไม่คุ้มครอง กรณีหลอดเลือดโป่งพองจากการติดเชื้อ (Mycotic aneurysm) รวมถึงการรักษาด้วยวิธีใช้สายสวนผ่านหลอดเลือด, การตัดกะโหลกแบบจำกัด (Craniectomy) และการเจาะรูที่กะโหลก (Burr hole)

โรคเยื่อหุ้มสมองและไขสันหลังอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย คือ โรคที่เกิดจากการอักเสบที่ยืนยันผลด้วยการเจาะน้ำไขสันหลัง (Lumbar Puncture) ซึ่งส่งผลให้เกิดความบกพร่องของระบบประสาทอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาอย่างน้อยตามที่กำหนด (ไม่เกิน 60 วัน) จนทำให้ไม่สามารถปฏิบัติกิจวัตรประจำวันด้วยตนเองได้อย่างถาวรตั้งแต่ 1 อย่างขึ้นไป ทั้งนี้ไม่รวมถึงกรณีที่เกิดจากสภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง

โรคสมองอักเสบจากเชื้อไวรัส คือการอักเสบรุนแรงของเนื้อเยื่อสมองที่ส่งผลให้เกิดความพิการทางระบบประสาทหรือภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงและถาวร จนผู้ป่วยไม่สามารถปฏิบัติกิจวัตรประจำวันพื้นฐานอย่างใดอย่างหนึ่งด้วยตนเองได้ โดยสภาวะนี้ต้องปรากฏต่อเนื่องกันเป็นเวลาอย่างน้อยตามที่กำหนด (แต่ไม่เกิน 60 วัน) นับจากวันที่ได้รับการวินิจฉัยโดยอายุรแพทย์ประสาทวิทยา (Neurologist)

โรคระบบประสาทมัลติเพิล สะเคลอโรสิส ต้องปรากฏอาการทางระบบประสาทที่เข้าเงื่อนไขครบทุกข้อ ดังนี้

  1. ได้รับการวินิจฉัยยืนยันว่าเป็นชนิด Definite Multiple Sclerosis โดยอายุรแพทย์ประสาทวิทยาตามเกณฑ์มาตรฐานทางการแพทย์
  2. ตรวจพบความบกพร่องทางระบบประสาทในหลายส่วนของร่างกายอย่างต่อเนื่องกันเป็นเวลาอย่างน้อย 180 วัน นับจากวันที่เริ่มมีอาการ
     

โรคความเสื่อมของระบบประสาทที่ส่งผลต่อการเคลื่อนไหว ผู้ป่วยจะมีอาการสั่น เกร็ง และเคลื่อนไหวช้า จัดเป็นโรคที่รักษาไม่หายแต่สามารถบรรเทาอาการได้ ซึ่งโรคพาร์กินสันที่จะได้รับความคุ้มครอง ต้องเป็นชนิดที่ไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งได้รับการวินิจฉัยโดยอายุรแพทย์ประสาทวิทยา โดยต้องปรากฏหลักฐานครบทุกข้อ คือ ดังนี้

  1. ไม่สามารถควบคุมโรคได้ด้วยยา
  2. ไม่สามารถปฏิบัติกิจวัตรประจำวันด้วยตนเองได้อย่างถาวร ตั้งแต่ 3 อย่างขึ้นไป ต่อเนื่องกันไม่น้อยกว่า 180 วัน

ทั้งนี้ จะไม่คุ้มครองกรณีที่โรคเกิดจากการใช้ยาหรือได้รับสารพิษ

หนึ่งในโรคยอดฮิตของคนไทยในสังคมผู้สูงอายุ ซึ่งการวินิจฉัยโรคอัลไซเมอร์ต้องได้รับการยืนยันจากอายุรแพทย์ประสาทวิทยา โดยผู้ป่วยต้องมีความบกพร่องทางระบบประสาทที่ส่งผลให้ไม่สามารถปฏิบัติกิจวัตรประจำวันด้วยตนเองได้อย่างถาวรตั้งแต่ 3 อย่างขึ้นไป ทั้งนี้ ไม่นับรวมภาวะสมองเสื่อมที่มีสาเหตุมาจากยา แอลกอฮอล์ หรือสภาวะทางจิต

ไตวายเรื้อรัง คือ ภาวะไตวายระยะสุดท้ายที่เกิดขึ้นกับไตทั้งสองข้างอย่างถาวร จนไม่สามารถกลับมาทำงานได้ตามปกติ ส่งผลให้ผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการล้างไตเป็นประจำ หรือเข้ารับการปลูกถ่ายไตเพื่อประคองชีวิต

สำหรับผู้ที่กังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในการฟอกไต การมองหาประกันโรคร้ายแรง ที่ไหนดี จึงเป็นเรื่องที่ควรรีบตัดสินใจ

การป้องกันโรคร้ายแรงเริ่มต้นที่การสร้างสมดุลให้กับร่างกาย เนื่องจากร่างกายมีกลไกตามธรรมชาติในการปรับตัวเพื่อต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บ การใช้ชีวิตอย่างพอดีจึงเป็นกุญแจสำคัญในการลดปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ โดยคุณสามารถปฏิบัติตามแนวทางเพื่อสุขภาพที่ดีได้ดังนี้

การกินให้พอดีเริ่มต้นจากการมีวินัย ไม่ควรอดอาหารหรือน้ำ และต้องรับประทานให้ตรงเวลาเพื่อป้องกันโรคกระเพาะอาหาร หลักสำคัญคือการไม่กินมากหรือน้อยจนเกินไป โดยเน้นอาหารที่ปรุงสุกใหม่และมีความหลากหลาย เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนและเพียงพอต่อความต้องการในแต่ละวัน

ควรปรับเปลี่ยนอิริยาบถทุก ๆ 30 นาที เพื่อกระตุ้นให้กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น และระบบไหลเวียนโลหิตทำงานได้อย่างเป็นปกติ การนั่งทำงานในท่าเดิมนานเกินไปอาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้ นอกจากนี้ควรหาเวลาออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3-5 วัน ครั้งละไม่ต่ำกว่า 30 นาที เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงในระยะยาว

ควรหลีกเลี่ยงการทำงานหนักเกินขีดจำกัดของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นงานที่ใช้แรงมากหรือการนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ติดต่อกันเกิน 2 ชั่วโมง ซึ่งอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บเรื้อรังบริเวณคอ บ่า และหลังได้ วิธีแก้ไขคือการแบ่งเวลาพักเป็นช่วง ๆ และกำหนดตารางงานให้เหมาะสม เพื่อให้ร่างกายมีโอกาสได้ฟื้นฟูและพักผ่อนอย่างเพียงพอ

การป้องกันร่างกายไม่ให้กระทบกับความร้อนหรือความเย็นแบบกะทันหันเป็นเรื่องสำคัญ เช่น หากต้องออกจากห้องแอร์ไปกลางแดดจัด ควรหยุดยืนในที่ร่มสักครู่เพื่อให้ร่างกายได้ปรับสภาพก่อน ในทางกลับกัน ก่อนจะเข้าสู่ห้องที่มีอากาศเย็น ก็ควรพักในบริเวณที่อากาศถ่ายเทเพื่อให้ร่างกายปรับตัวตามอุณหภูมิได้ทันท่วงที

อารมณ์มีความสัมพันธ์โดยตรงกับสุขภาพกาย ความเครียดและความวิตกกังวลมักส่งผลให้เกิดอาการเจ็บป่วย เช่น ปวดศีรษะ หรือความดันโลหิตสูง ดังนั้นจึงควรฝึกปล่อยวางและจัดการกับอารมณ์ทางลบด้วยวิธีต่าง ๆ เช่น การทำสมาธิ การพูดคุยระบายความรู้สึกกับเพื่อน หรือการทำกิจกรรมยามว่างที่ชื่นชอบเพื่อสร้างความผ่อนคลาย

การดูแลระบบขับถ่ายให้เป็นปกติจะช่วยลดการสะสมของเสียและสารพิษในร่างกาย โดยไม่ควรกลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระเป็นอันขาด แนวทางที่ดีคือการดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอและรับประทานอาหารที่มีกากใยสูงจากผักผลไม้ พร้อมทั้งฝึกขับถ่ายให้เป็นเวลาอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง เพื่อให้ร่างกายสะอาดและห่างไกลจากโรค

ประกันสังคมจะไม่คุ้มครองโรคหรือการรักษาบางกรณี โดยจากข้อมูลที่สำนักงานประกันสังคมได้กำหนดไว้นั้น ได้แก่ ทำศัลยกรรมความงาม รักษาที่อยู่ในระหว่างการทดลอง รักษาภาวะมีบุตรยาก ตรวจเกินความจำเป็น แปลงเพศ ผสมเทียม บริการพักฟื้นที่บ้าน โดยเน้นความคุ้มครองเจ็บป่วยทั่วไปและโรคร้ายแรงที่จำเป็นเท่านั้น

ประกันสังคมจะไม่คุ้มครองโรคหรือการรักษาบางกรณี โดยจากข้อมูลที่สำนักงานประกันสังคมได้กำหนดไว้นั้น ได้แก่ ทำศัลยกรรมความงาม รักษาที่อยู่ในระหว่างการทดลอง รักษาภาวะมีบุตรยาก ตรวจเกินความจำเป็น แปลงเพศ ผสมเทียม บริการพักฟื้นที่บ้าน โดยเน้นความคุ้มครองเจ็บป่วยทั่วไปและโรคร้ายแรงที่จำเป็นเท่านั้น

5 อันดับโรคร้ายแรงที่คร่าชีวิตคนไทยมากที่สุด ที่ทางสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) อัพเดทในปี 2562 ได้แก่ โรคมะเร็ง ตามด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือด จากภาวะไขมันในเลือดสูง โรคทางต่อมไร้ท่อ เช่น เบาหวาน ไทรอยด์ ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมการบริโภค โรคระบบทางเดินหายใจ เช่น วัณโรค ปอดอักเสบ และสุดท้ายคือ โรคจากการดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งล้วนเป็นกลุ่มโรคเรื้อรังที่ต้องอาศัยการดูแลสุขภาพและวางแผนรับมืออย่างใกล้ชิด

โรคร้ายแรงสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนโดยไม่เลือกอายุหรือเพศ การดูแลตัวเองด้วยการปรับพฤติกรรมและการตรวจสุขภาพสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญ แต่การมีแผนรองรับที่มั่นคงเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันก็จำเป็นไม่แพ้กัน เพื่อให้คุณและครอบครัวสามารถเผชิญหน้ากับโรคภัยได้อย่างอุ่นใจ

ประกันโรคร้ายแรง จาก อลิอันซ์ อยุธยา พร้อมอยู่เคียงข้างคุณด้วยสัญญาเพิ่มเติมคุ้มครองโรคร้ายแรง 48 บียอนด์ (CI48 Beyond) แผนประกันที่ตอบโจทย์ความคุ้มครอง 75 โรคร้ายแรงอย่างครอบคลุม ในอัตราเบี้ยประกันที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับวงเงินความคุ้มครอง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการอุดช่องว่างของประกันสุขภาพเดิมที่มีวงเงินไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคที่รุนแรงและซับซ้อน โดยจะได้รับเงินก้อนเมื่อตรวจพบ เพื่อใช้เป็นค่ารักษาหรือสำรองค่าใช้จ่ายได้อย่างทันท่วงที คุ้มครองตั้งแต่อายุ 1 เดือน 1 วัน จนถึง 85 ปี

สนใจติดต่อสอบถามเพิ่มเติม

สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ allianz.co.th หรือสอบถามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ผ่านศูนย์บริการลูกค้า อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต โทร. 1373 และศูนย์บริการลูกค้า อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย โทร. 1292 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

Apologies, we are currently unable to handle your request.

Enter the text from the box. 60 seconds remaining. Can't read the text? Reload text

Form sent successfully.