การขับรถหน้าฝนมีความเสี่ยงมากกว่าปกติ ทั้งจากถนนที่ลื่น ทัศนวิสัยที่แย่ลง และโอกาสที่จะเกิดน้ำท่วมขัง การเตรียมตัวและรู้เทคนิคขับขี่ที่ถูกต้องจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่จะช่วยให้คุณและเพื่อนร่วมทางปลอดภัย อลิอันซ์ อยุธยา อยากชวนมาทบทวนวิธีขับรถตอนฝนตกที่ทุกคนทำได้ เพื่อลดความเสี่ยงอุบัติเหตุหน้าฝน
ขับรถลุยฝนอย่างไรไม่ให้เสี่ยง? เทคนิคที่คนใช้รถต้องรู้
ทำไมฝนตกจึงเป็นช่วงเสี่ยงอุบัติเหตุบนท้องถนน?
ฝนที่ตกลงมาไม่ได้นำแค่ความชุ่มฉ่ำ แต่ยังมาพร้อมความเสี่ยงหลายด้านที่ผู้ขับขี่ต้องระวังเป็นพิเศษ:
- ถนนลื่น: โดยเฉพาะช่วง 10-15 นาทีแรกที่ฝนเริ่มตก น้ำฝนจะชะล้างคราบฝุ่นและน้ำมันเครื่องที่เกาะอยู่บนผิวถนน ทำให้ถนนลื่นมากเป็นพิเศษ
- ระยะเบรกยาวขึ้น: เมื่อถนนเปียก ยางรถยนต์จะยึดเกาะถนนได้น้อยลง ทำให้ต้องใช้ระยะทางในการเบรกยาวนานกว่าปกติ 2-3 เท่า
- ทัศนวิสัยแย่: น้ำฝนที่เกาะกระจก ไอน้ำที่ทำให้เกิดฝ้า และความมืดครึ้มจากเมฆฝน ทำให้ผู้ขับขี่มองเห็นทางข้างหน้าได้ยากลำบากขึ้น
- ความเสี่ยงจากน้ำขัง: แอ่งน้ำบนถนนอาจทำให้รถ "เหินน้ำ" (Hydroplaning) คือยางลอยอยู่บนผิวน้ำ ทำให้รถเสียการควบคุม นอกจากนี้ เรายังไม่สามารถรู้ได้ว่าใต้น้ำที่ท่วมขังมีหลุมบ่อลึกหรือไม่
7 เทคนิคขับรถตอนฝนตกให้ปลอดภัย
เมื่อต้องขับรถลุยฝน การปรับพฤติกรรมการขับขี่เป็นสิ่งจำเป็น ลองใช้ 7 เทคนิคขับรถหน้าฝนนี้ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่
ตรวจลมยางและร่องดอกยางให้พร้อม
ยางรถยนต์เป็นสิ่งเดียวที่สัมผัสกับพื้นถนน ร่องดอกยางมีหน้าที่รีดน้ำเพื่อช่วยให้ยางเกาะถนน หากดอกยางตื้นเกินไป (ต่ำกว่า 3 มม.) หรือลมยางอ่อน/แข็งเกินไป จะทำให้รถเสียการทรงตัวได้ง่ายเมื่อเจอถนนลื่น
เปิดไฟหน้า แต่ไม่ใช้ไฟฉุกเฉินตอนขับ
การเปิดไฟหน้า (ไฟต่ำ) ช่วยให้ทั้งเรามองเห็นทาง และที่สำคัญคือให้รถคันอื่นมองเห็นเราได้ชัดเจนขึ้น ห้าม เปิดไฟฉุกเฉิน (ไฟผ่าหมาก) ขณะขับรถลุยฝนเด็ดขาด เพราะจะทำให้รถคันอื่นสับสนว่าเรากำลังจะจอดหรือเลี้ยว
เว้นระยะห่างจากคันหน้าให้มากขึ้น
อย่างที่กล่าวไปว่าถนนเปียกใช้ระยะเบรกไกลขึ้น ควรเว้นระยะห่างจากคันหน้าให้มากกว่าเดิมอย่างน้อย 3-4 วินาที (นับจากจุดที่คันหน้าเพิ่งผ่านไป) เพื่อให้มีเวลาตัดสินใจและเบรกได้ทันหากเกิดเหตุฉุกเฉิน
หลีกเลี่ยงการเบรกกะทันหัน
พฤติกรรมเสี่ยงขณะขับรถที่ต้องเลี่ยงคือการเบรกหรือหักพวงมาลัยกะทันหัน พยายามใช้ความเร็วคงที่และมองทางไกล ๆ เพื่อคาดการณ์สถานการณ์ล่วงหน้า หากต้องการชะลอ ให้ค่อย ๆ แตะเบรกเบา ๆ หรือใช้การลดเกียร์ (Engine Brake) ช่วย
ใช้ที่ปัดน้ำฝนและระบบไล่ฝ้าบ่อย ๆ
ทัศนวิสัยคือหัวใจสำคัญ ปรับระดับความเร็วที่ปัดน้ำฝนให้เหมาะสมกับปริมาณฝน และหากเริ่มมีฝ้าเกาะกระจก ให้รีบเปิดปุ่มไล่ฝ้า (ทั้งกระจกหน้าและหลัง) หรือเปิดระบบแอร์เพื่อช่วยลดความชื้นในห้องโดยสาร
หยุดพักหากฝนตกหนักเกินไป
ถ้าฝนตกหนักมากจนที่ปัดน้ำฝนทำงานไม่ทัน หรือมองไม่เห็นทางข้างหน้าอย่างชัดเจน วิธีขับรถปลอดภัยที่สุดคือการหาที่ปลอดภัยจอดพัก เช่น ในปั๊มน้ำมัน หรือจุดพักรถ รอจนกว่าฝนจะซาแล้วค่อยเดินทางต่อ
เช็กรถก่อนออกเดินทางในวันที่ฝนตก
การเตรียมรถให้พร้อมรับมือหน้าฝน (เตรียมรถหน้าฝน) ก็สำคัญไม่แพ้กัน ก่อนสตาร์ทรถ ควรใช้เวลาสักครู่ตรวจเช็กจุดสำคัญเหล่านี้
สภาพใบปัดน้ำฝนและน้ำฉีดกระจก
ใบปัดน้ำฝนต้องรีดน้ำได้สะอาด ไม่ทิ้งคราบ หรือมีเสียงดัง หากยางเสื่อม (แข็งหรือขาด) ให้รีบเปลี่ยน และเติมน้ำยาฉีดกระจกให้เต็มอยู่เสมอ
สภาพยาง เบรก ไฟหน้า-ไฟท้าย
เช็กดอกยางว่ายังลึกพอ ลมยางไม่แบน ระบบเบรกยังทำงานได้ดี และสัญญาณไฟรอบคัน (ไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเบรก) ติดสว่างครบทุกดวง
แบตเตอรี่และระบบไฟฟ้าภายในรถ
หน้าฝน เราต้องใช้ทั้งไฟหน้า ที่ปัดน้ำฝน และแอร์พร้อมกัน หากแบตเตอรี่เริ่มเสื่อม อาจทำให้ระบบไฟไม่พอและรถดับกลางทางได้
ระบบเบรก ABS / ระบบควบคุมการทรงตัว (ถ้ามี)
ระบบเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยในสถานการณ์ฉุกเฉินบนถนนลื่น ตรวจสอบว่าไม่มีไฟสัญญาณเตือนของระบบเหล่านี้โชว์ค้างที่หน้าปัด
ฝนตก รถเสีย อุบัติเหตุ ค่าใช้จ่ายที่อาจตามมา
แม้เราจะพยายามขับรถอย่างปลอดภัยและเตรียมรถหน้าฝนมาดีแค่ไหน แต่อุบัติเหตุหน้าฝนก็ยังเกิดขึ้นได้เสมอ ทั้งจากตัวเราและผู้อื่น หรือเหตุสุดวิสัยอย่างน้ำท่วมขังจนรถเสียหาย การมีประกันภัยรถยนต์ที่ครอบคลุมจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพราะค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม โดยเฉพาะความเสียหายจากน้ำท่วม หรืออุบัติเหตุหนัก อาจสูงกว่าที่เราคาดคิด
Allianz Ayudhya เคียงข้างคุณทุกฤดู ฝนตก รถเสีย ก็ยังอุ่นใจ
อลิอันซ์ อยุธยา เข้าใจความกังวลของคนใช้รถ โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝน ประกันรถยนต์ ของเราจึงไม่ได้มีแค่ความคุ้มครองที่ครอบคลุม แต่ยังมีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน (Roadside Assistance) ตลอด 24 ชั่วโมง* เผื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน ไม่ว่าฝนจะตกหนัก รถจะเสีย หรือเกิดอุบัติเหตุ เราพร้อมอยู่เคียงข้างให้คุณอุ่นใจ
*หมายเหตุ
บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน (Roadside Assistance) ให้บริการโดย บริษัท เอ ดับเบิลยู พี เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด ทั้งนี้ เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด
อ้างอิง
- https://safedrivedlt.com/%E0%B8%82%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%9D%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%81/