เลือก ประกันภัยบ้าน และคอนโด ที่ไหนดี คุ้มค่าทั้งราคา และบริการ
ทำประกันภัยบ้าน หรือประกันอัคคีภัย ทั้งที ต้องดูอะไรบ้าง?
1. ความคุ้มครอง ประกันภัยบ้าน และคอนโด ที่ได้ครอบคลุมกับความต้องการ?
2. ควรเลือกซื้อ ประกันภัยบ้าน และคอนโด ที่ทุนประกันเท่าไหร่?
เป็นอีกคำถามที่หลายคนสงสัย คำแนะนำคือ ควรเลือกทุนประกันที่เหมาะสมกับสิ่งปลูกสร้างและมูลค่าทรัพย์สินที่เอาประกันภัย ทีนี้ชวนมาดูกันก่อนว่าโดยเบื้องต้นทรัพย์สินที่เอาประกันภัยได้ มีอะไรบ้าง
- สิ่งปลูกสร้าง โครงสร้างอาคาร (จะให้ความคุ้มครองฐานรากด้วยหรือไม่ขึ้นอยู่กับแบบประกัน) ซึ่งใช้เพื่ออยู่อาศัยหรือเพื่อประโยชน์อย่างอื่นตามที่ระบุในตารางกรมธรรม์ ซึ่งผู้เอาประกันภัยสามารถทำประกันสิ่งปลูกสร้างได้ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น คอนกรีตล้วน (คอนกรีต 80% ขึ้นไป เรียกว่า สิ่งปลูกสร้างชั้น 1) ครึ่งตึก ครึ่งไม้ (คอนกรีต 50-80% เรียกว่า สิ่งปลูกสร้างชั้น 2) หรือมีไม้เป็นส่วนประกอบหลัก (เรียกว่า สิ่งปลูกสร้างชั้น 3) ทั้งนี้ ให้พิจารณาตามพื้นที่ผนังทั้งหมดของสิ่งปลูกสร้างที่จะทำประกัน
- ระบบต่างๆ ในอาคาร เช่น ระบบไฟฟ้า ระบบสาธารณูปโภค ระบบรักษาความปลอดภัยและอื่นๆ
- ทรัพย์สินภายในสิ่งปลูกสร้าง ไม่ว่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ เช่น โต๊ะ ตู้ เตียง เก้าอี้ เป็นต้น เครื่องตกแต่ง เช่น รูปภาพ วอลล์เปเปอร์ ผ้าม่าน เป็นต้น สิ่งติดตั้ง ตรึงตรา หมายถึง สิ่งที่สร้างขึ้นให้ติดตรึงกับอาคารและเคลื่อนย้ายไม่ได้ เช่น ตู้ฝังกับผนังหรือพื้น เป็นต้น
- ทำประกันภัยตามมูลค่าของทรัพย์สิน ได้รับความคุ้มครองเต็มๆ ตัวอย่างเช่น ทำประกันภัยเท่ามูลค่าของบ้าน/อาคาร 5 ล้านบาท หากได้รับความเสียหายทั้งหมด ผู้เอาประกันจะได้รับค่าสินไหม 5 ล้านบาท หรือหากได้รับความเสียหายเพียงบางส่วน ผู้เอาประกันก็จะได้รับเงินชดเชยให้ตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง
- ทำประกันภัยต่ำกว่ามูลค่าของทรัพย์สิน ช่วยเซฟค่าเบี้ย ตัวอย่างเช่น บ้าน/อาคาร มีมูลค่า 5 ล้านบาท ทำประกันภัยเอาไว้ 3,500,000 บาท วิธีนี้ช่วยเซฟค่าเบี้ยได้ แต่ผู้เอาประกันภัยจะต้องรับความเสี่ยงในส่วนที่เหลือเอง ไม่ว่าจะเป็นกรณีบ้าน/อาคารได้รับความเสียหายทั้งหมด หรือ กรณีได้รับความเสียหายบางส่วน โดยมีวิธีคำนวณค่าสินไหมทดแทน ดังนี้
จำนวนเงินเอาประกันภัย X มูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง
หารด้วย มูลค่าแท้จริงของทรัพย์สิน ณ วันเกิดเหตุ = ค่าสินไหมทดแทน
แต่ถึงจะอยากเซฟค่าเบี้ยแค่ไหน ก็ไม่ควรทำทุนประกันภัยต่ำกว่า 70% ของมูลค่าบ้านและทรัพย์สิน ค่าเบี้ยประกันภัยประมาณ 1,000-3,000 บาท ต่อทุนประกัน 1 ล้านบาท ซึ่งจะเห็นว่า ‘ค่าเบี้ยที่ต้องจ่าย’ คุ้มค่ากับ ‘ความคุ้มครองที่ได้รับ’ อย่างมาก
3. บริการต่างๆ ที่บริษัทมีให้
เซอร์วิสหรือบริการต่างๆ เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องดูเช่นเดียวกับความคุ้มครองที่จะได้รับก่อนเลือกทำประกันภัยบ้าน และคอนโด เพราะเหตุไม่คาดฝันมีอยู่มากมาย จะดีแค่ไหนถ้าประกันภัยที่เราทำ มีเซอร์วิสดีๆ จากบริษัทคอยดูแลอยู่ไม่ห่าง
การทำประกันภัยบ้านกับ อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย มีเซอร์วิสที่เรียกว่า Home Assistance** บริการช่วยเหลือฉุกเฉินภายในบ้าน 24 ชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแอร์เสีย ท่อแตก ตู้เย็นพัง จับสัตว์มีพิษ ไปจนถึงลืมกุญแจบ้าน กุญแจรถ เรามีบริการดูแลให้ทั้งหมด! ที่สำคัญ Nursing Care เรียกพยาบาลมาดูแลที่บ้าน 3 ครั้งต่อปี***
นอกจากนี้ การทำประกันภัยบ้านกับ อลิอันซ์ อยุธยา ยังมาพร้อมส่วนลดสำหรับความคุ้มครองระยะยาว ‘ยิ่งทำประกันภัยระยะยาว เบี้ยยิ่งถูก’ เพราะได้รับส่วนลดสูงสุดถึง 16.66% สำหรับระยะเวลาเอาประกันภัย 3 ปีขึ้นไป โดยสามารถเลือกระยะเวลาเอาประกันภัยได้สูงสุด 5 ปี
*ภัยน้ำท่วม (ตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง และไม่เกิน 20,000 บาทต่อปี) โดยให้ความคุ้มครองเฉพาะส่วนที่เป็นสิ่งปลูกสร้าง (จะให้ความคุ้มครองฐานรากด้วยหรือไม่ขึ้นอยู่กับแบบประกัน) ส่วนปรับปรุงต่อเติมอื่นๆ และทรัพย์สินภายในสิ่งปลูกสร้างตามที่ระบุตกลงกันไว้
**เงื่อนไขการให้บริการเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด
***ในเคสที่เกี่ยวกับบ้าน ประสบเหตุภายในบ้าน โดยเป็นการรักษาต่อเนื่องจากการแอดมิด (เป็นผู้ป่วยในมากกว่า 6 ชั่วโมง หรือ รักษาตัวใน ICU หรือ รับการผ่าตัด ทำแผล (แต่ไม่สามารถไปล้างแผลที่โรงพยาบาลได้) แต่ไม่รวมค่าอุปกรณ์ทางการแพทย์ เช่น เครื่องวัดสัญญาณชีพ (ชีพจร ความดันเลือด อุณหภูมิ) เครื่องช่วยค้ำยัน รถเข็น อุปกรณ์ออกซิเจน และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ต่างๆ
หมายเหตุ
- รับประกันภัยโดย บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย จำกัด (มหาชน)
- บริการช่วยเหลือฉุกเฉินภายในบ้าน 24 ชั่วโมง ให้บริการโดย บริษัท เอ ดับเบิลยู พี เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย)
จำกัด ทั้งนี้ เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด - เงื่อนไข ความคุ้มครอง และข้อยกเว้น เป็นไปตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
- ลูกค้าควรทำความเข้าใจในรายละเอียด ความคุ้มครอง และเงื่อนไข ก่อนตัดสินใจสมัครทำประกันภัย