เมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูฝน นอกเหนือจากปัญหาน้ำท่วมที่หลายคนคุ้นเคย ยังมีอีกหนึ่งภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันและสร้างความเสียหายรุนแรง นั่นคือ "ดินโคลนถล่ม" ซึ่งเป็นภัยใกล้ตัวกว่าที่คิดสำหรับบ้านที่ตั้งอยู่บนเนินเขาหรือพื้นที่ลาดชัน การเตรียมพร้อมรับมือและทำความเข้าใจความเสี่ยงจึงเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุดสำหรับบ้านที่คุณรัก
หน้าฝนปีนี้ปลอดภัยหรือเปล่า? รู้ทัน "ดินโคลนถล่ม" ไม่ทันตั้งตัว
ดินโคลนถล่มคืออะไร? ทำไมถึงเกิดบ่อยในช่วงหน้าฝน
ดินโคลนถล่ม คือการเคลื่อนตัวของมวลดินและหินลงมาตามความลาดชันอย่างรวดเร็ว สาเหตุหลักมักเกิดจากฝนที่ตกหนักต่อเนื่อง ทำให้น้ำซึมลงไปในดินจนอิ่มตัวและไม่สามารถอุ้มน้ำได้อีกต่อไป เมื่อบวกกับแรงโน้มถ่วงจึงทำให้ดินและหินที่อยู่บนที่สูงถล่มลงมาด้านล่าง สร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินที่อยู่ในเส้นทาง
พื้นที่ไหนเสี่ยงดินโคลนถล่มบ้างในประเทศไทย
แม้จะดูเป็นภัยไกลตัว แต่ประเทศไทยมีพื้นที่เสี่ยงอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริเวณต่อไปนี้
- พื้นที่ภูเขาสูงทางภาคเหนือ เช่น จังหวัดเชียงใหม่, เชียงราย, แม่ฮ่องสอน, น่าน, และแพร่
- พื้นที่ลาดชันทางภาคใต้ โดยเฉพาะบริเวณเทือกเขาที่มีฝนตกชุก เช่น จังหวัดนครศรีธรรมราช, กระบี่, และพังงา
- พื้นที่ใกล้เชิงเขาในภาคอื่นๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน เช่น การทำเกษตรบนที่สูง หรือการตัดไม้ทำลายป่า
หน่วยงานภาครัฐอย่างกรมทรัพยากรธรณีมีการประกาศพื้นที่เสี่ยงภัยดินโคลนถล่มอยู่เสมอ เจ้าของบ้านในพื้นที่ดังกล่าวจึงควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด
ผลกระทบจากดินโคลนถล่มที่คุณอาจไม่เคยคิด
ความเสียหายจากดินโคลนถล่มไม่ได้จำกัดอยู่แค่ตัวบ้านพังทลาย แต่ยังรวมถึง:
- ทรัพย์สินภายในบ้านเสียหายทั้งหมด: เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และของมีค่าอาจถูกทำลายจนไม่สามารถซ่อมแซมได้
- โครงสร้างพื้นฐานถูกตัดขาด: เส้นทางคมนาคม ไฟฟ้า และประปาอาจถูกตัดขาด ทำให้การช่วยเหลือเป็นไปได้ยากลำบาก
- ภาระค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟู: ค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนซากปรักหักพัง การซ่อมแซม หรือสร้างบ้านใหม่นั้นสูงมาก และอาจกระทบกับสถานะทางการเงินของทั้งครอบครัว
ประกันบ้านจาก Allianz Ayudhya คุ้มครองอะไรได้บ้างเมื่อเจอดินโคลนถล่ม
ความเสียหายจากดินโคลนถล่มสามารถได้รับความคุ้มครองจากแผนประกันบ้านและทรัพย์สินได้ โดยแผนประกันของ อลิอันซ์ อยุธยา ให้ความคุ้มครองภัยธรรมชาติ ซึ่งรวมถึงภัยจากน้ำท่วม แผ่นดินไหว ลมพายุ และดินโคลนถล่มด้วย
โดยจะชดเชยค่าสินไหมทดแทนสำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นกับตัวอาคารและทรัพย์สินภายในบ้านตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
ทำไม “ภัยธรรมชาติ” ถึงควรเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกประกันบ้าน
ในยุคที่สภาพอากาศแปรปรวน การเลือกประกันที่ให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมจึงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นสิ่งจำเป็น
แนวโน้มภัยธรรมชาติเพิ่มขึ้นจากภาวะโลกร้อน
ภาวะโลกร้อนส่งผลให้สภาพอากาศสุดขั้วเกิดบ่อยขึ้น ทั้งฝนที่ตกหนักกว่าปกติและพายุที่รุนแรงขึ้น ปัจจัยเหล่านี้ล้วนเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดภัยธรรมชาติอย่างดินโคลนถล่มได้มากขึ้น การมีประกันจึงเป็นการเตรียมพร้อมรับมือกับความไม่แน่นอนในอนาคต
ประกันบ้านทั่วไปครอบคลุมภัยเหล่านี้หรือไม่?
เจ้าของบ้านหลายคนอาจมี ประกันอัคคีภัย ซึ่งเป็นประกันพื้นฐาน แต่ประกันอัคคีภัยมักไม่ครอบคลุมภัยธรรมชาติอื่นๆ ดังนั้น การเลือกแผนประกันบ้านที่ระบุความคุ้มครอง "ภัยธรรมชาติ" ไว้อย่างชัดเจนจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้มั่นใจว่าบ้านของคุณจะได้รับการดูแลจากความเสี่ยงที่รอบด้าน
ความเข้าใจผิดที่มักเกิดขึ้นเกี่ยวกับการเคลมภัยธรรมชาติ
ความเชื่อที่ว่า "การเคลมประกันจากภัยธรรมชาติเป็นเรื่องยาก" อาจทำให้หลายคนลังเลใจ แต่ในความเป็นจริงแล้ว หากภัยที่เกิดขึ้นเข้าข่ายตามคำจำกัดความในกรมธรรม์และคุณได้ทำประกันที่ครอบคลุมไว้ การเคลมก็ไม่ใช่เรื่องยาก สิ่งสำคัญคือการเก็บรวบรวมหลักฐานความเสียหาย เช่น ถ่ายรูปและวิดีโอสภาพบ้านทั้งก่อนและหลังเกิดเหตุให้มากที่สุด เพื่อใช้ประกอบการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน
สนใจสามารถกรอกข้อมูลด้านล่างเพิ่มเติม เพื่อปรึกษาเราได้เลย
ข้อมูลจาก
- เตรียมพร้อมรับมือ ดินโคลนถล่ม กองป้องกันการบาดเจ็บ กรมควบคุมโรค