เปิดเทอม 2568 เตรียมพร้อมค่าเทอมลูก วางแผนออมเงินเท่าไรถึงจะพอ

เปิดเทอม 2568 เตรียมพร้อมค่าเทอมลูก วางแผนออมเงินเท่าไรถึงจะพอ

วนกลับมาอีกครั้งกับช่วงเปิดเทอม ช่วงเวลาแห่งความสุขของลูก แต่ก็อาจเป็นช่วงเวลาแห่งความกังวลของผู้ปกครองหลายคน โดยเฉพาะเรื่องค่าเทอมลูกและค่าใช้จ่ายเปิดเทอมที่เพิ่มขึ้นทุกปี การวางแผนการเงินที่ดีจึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้คุณก้าวข้ามความกังวลนี้ และเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคตการศึกษาของลูกได้อย่างมั่นใจ

ค่าใช้จ่ายเพื่อการศึกษาไม่ได้มีเพียงค่าเล่าเรียนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงค่าใช้จ่ายแฝงอื่นๆ ที่มักตามมาช่วงเปิดเทอม ไม่ว่าจะเป็นค่าเครื่องแบบนักเรียน ค่าอุปกรณ์การเรียน ค่ากิจกรรมเสริมหลักสูตร หรือแม้แต่ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน การลิสต์รายการเหล่านี้ออกมาจะช่วยให้เห็นภาพรวมของค่าใช้จ่ายทั้งหมดได้ชัดเจนขึ้น

การประเมินค่าเทอมลูกที่ดีที่สุดคือการเริ่มต้นจากปัจจุบัน สำรวจค่าเล่าเรียนของโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษาที่คุณตั้งเป้าหมายไว้สำหรับลูกในแต่ละระดับชั้น ตั้งแต่เตรียมอนุบาล, ประถมศึกษา (ค่าเทอม ป.1), มัธยมศึกษา (ค่าเทอม ม.1), ไปจนถึงระดับเรียนต่อมหาวิทยาลัย ข้อมูลเหล่านี้คือตัวเลขตั้งต้นที่สำคัญสำหรับการวางแผน

ประเภทของสถาบันการศึกษามีผลอย่างมากต่อค่าใช้จ่าย ซึ่งสามารถแบ่งได้กว้างๆ ดังนี้:

  • โรงเรียนรัฐบาล: มีค่าใช้จ่ายที่เข้าถึงง่ายที่สุด ส่วนใหญ่เน้นค่าบำรุงการศึกษาและค่าธรรมเนียมอื่นๆ
  • โรงเรียนเอกชน (และโรงเรียนสาธิต): ค่าเล่าเรียนจะสูงกว่าโรงเรียนรัฐบาล มีหลักสูตรที่หลากหลาย ทั้งหลักสูตรสามัญและหลักสูตรสองภาษา (Bilingual)
  • โรงเรียนนานาชาติ: มีค่าใช้จ่ายสูงที่สุด โดยค่าเทอมอาจแตกต่างกันมากตั้งแต่หลักแสนถึงหลักล้านบาทต่อปี ขึ้นอยู่กับหลักสูตรและมาตรฐานของโรงเรียน

สิ่งสำคัญที่ห้ามลืมคือ เงินเฟ้อการศึกษา ซึ่งมักจะสูงกว่าเงินเฟ้อทั่วไป โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 5% - 8% ต่อปี หมายความว่าค่าเทอมที่เห็นในวันนี้ จะสูงขึ้นอีกมากในวันที่ลูกต้องเข้าเรียนจริงๆ

ตัวอย่าง: ถ้าค่าเทอม ป.1 วันนี้คือ 100,000 บาท ในอีก 5 ปีข้างหน้า (สมมติเงินเฟ้อการศึกษา 5% ต่อปี) ค่าเทอมจะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 127,628 บาท การคำนวณโดยนำอัตราเงินเฟ้อมาคิดด้วย จะทำให้เราตั้งเป้าหมายจำนวนเงินที่แท้จริงที่ต้องเตรียมไว้ได้

เมื่อทราบค่าใช้จ่ายโดยประมาณและอัตราเงินเฟ้อแล้ว ก็ถึงเวลาตั้งเป้าหมายการออมเงินเพื่อการศึกษา การวางแผนการเงินให้ลูกในระยะยาวจะช่วยให้คุณสามารถทยอยออมได้อย่างไม่ตึงเครียดเกินไป ยิ่งเริ่มต้นเร็วยิ่งดี เพราะพลังของดอกเบี้ยทบต้นจะช่วยให้คุณไปถึงเป้าหมายได้ง่ายขึ้น

การคำนวณเงินออมต่อเดือนสามารถทำได้ง่ายๆ โดยใช้เครื่องมือช่วยคำนวณทางการเงิน หรือประเมินเบื้องต้น ดังนี้:

  1. ตั้งเป้าหมาย: จำนวนเงินรวมที่ต้องการ (เช่น ค่าเทอมตลอด 4 ปีมหาวิทยาลัย) โดยคิดรวมเงินเฟ้อแล้ว
  2. หักเงินก้อนที่มี: หากมีเงินเตรียมไว้แล้วบางส่วน
  3. คำนวณระยะเวลา: เหลือเวลาออมอีกกี่ปี (กี่เดือน)
  4. หารเฉลี่ย: (เงินเป้าหมาย - เงินที่มี) / จำนวนเดือนที่เหลือ = เงินที่ต้องออมต่อเดือน

เคล็ดลับ: การออมเงินในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนคาดหวังสูงกว่าอัตราเงินเฟ้อ จะช่วยลดภาระการออมต่อเดือนลงได้ คุณสามารถทดลองคำนวณแผนการศึกษาลูกได้จากโปรแกรมของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (อ้างอิง)

การออมเงินเพื่อลูกมีหลายวิธี แต่หนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยสร้างวินัยการออมควบคู่ไปกับความคุ้มครองคือ ประกันออมทรัพย์เพื่อการศึกษา ข้อดีคือช่วยให้คุณ "ล็อค" เป้าหมายการออมได้ เพราะเป็นการบังคับออมอย่างสม่ำเสมอ และที่สำคัญ หากเกิดเหตุไม่คาดฝันกับผู้ปกครอง แผนประกันจะยังคงดูแลอนาคตการศึกษาของลูกให้เดินหน้าต่อไปได้ตามแผนที่วางไว้

  • https://www.set.or.th/project/caltools/www/html/child.html

Apologies, we are currently unable to handle your request.

Enter the text from the box. 60 seconds remaining. Can't read the text? Reload text

Form sent successfully.