พ่อแม่ทุกคนย่อมปรารถนาให้ลูกเติบโตขึ้นอย่างมีคุณภาพและมีความสุข หนึ่งในทักษะชีวิตที่สำคัญที่สุดในยุคปัจจุบันคงหนีไม่พ้น "ความฉลาดทางการเงิน" การปลูกฝังเรื่องเงินให้ลูกไม่ใช่เพียงการสอนให้รู้จักการเก็บออมเท่านั้น แต่คือการสร้างทัศนคติที่ถูกต้อง และปูพื้นฐานวินัยที่จะติดตัวเขาไปตลอดชีวิต เพื่อให้ลูกสามารถดูแลตัวเองและบริหารจัดการชีวิตได้อย่างมั่นคงในอนาคต
ปลูกฝังเรื่องเงินให้ลูกวันนี้ สร้างรากฐานการเงินดีสู่อนาคต
ทำไมการเงินศึกษาคือทักษะจำเป็นสำหรับลูก
ในโลกที่เศรษฐกิจมีความผันผวนและซับซ้อน การมีความรู้เรื่องการเงินเปรียบเสมือนภูมิคุ้มกันที่ช่วยให้ลูกรอดพ้นจากวิกฤตได้ การสอนเรื่องเงินตั้งแต่เด็กช่วยพัฒนาทักษะสำคัญหลายด้าน:
- การรู้จักยับยั้งชั่งใจ เรียนรู้ที่จะอดทนรอคอยเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของความสำเร็จ
- ทักษะการวางแผนและตัดสินใจ ฝึกกระบวนการคิดที่เป็นระบบ วิเคราะห์ความคุ้มค่า
- ความรับผิดชอบ เข้าใจคุณค่าของเงินและการกระทำของตนเอง
เริ่มต้นอย่างไร สอนลูกเรื่องเงินตามช่วงวัย
การสอนลูกออมเงินและเรื่องการเงินควรปรับให้เหมาะสมกับพัฒนาการในแต่ละช่วงวัย เพื่อให้เด็กเข้าใจและทำตามได้จริง
- วัยอนุบาล (3-5 ปี) เน้นให้รู้จักเหรียญและธนบัตร เริ่มต้นง่ายๆ ด้วยกระปุกออมสินใสที่มองเห็นเงินเพิ่มขึ้น เพื่อสร้างความตื่นเต้นและภูมิใจเมื่อเห็นเงินงอกเงย
- วัยประถม (6-12 ปี) เริ่มพาไปเปิดบัญชีธนาคาร สอนให้รู้จักเป้าหมายระยะสั้น เช่น เก็บเงินซื้อของเล่นที่อยากได้ และเริ่มให้ค่าขนมรายวันเพื่อให้รู้จักจัดสรร
- วัยรุ่น (13-18 ปี) ขยับสู่การให้เงินเป็นรายสัปดาห์หรือรายเดือน สอนเรื่องการทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย และเริ่มแนะนำเครื่องมือการเงินพื้นฐาน เช่น การวางแผนการเงิน เพื่อการศึกษาต่อ
เทคนิคให้เงินค่าขนม สอนลูกบริหารเงินเป็น
การให้เงินค่าขนมคือสนามซ้อมจริงที่ดีที่สุด เทคนิคสำคัญคือการให้อิสระในการจัดการควบคู่ไปกับขอบเขตที่ชัดเจน
- กำหนดจำนวนเงินที่เหมาะสม พิจารณาจากความจำเป็นพื้นฐาน (ค่าอาหาร ค่าเดินทาง) บวกกับเงินเก็บเล็กน้อย
- ให้เงินเป็นเวลา สร้างความสม่ำเสมอ เพื่อให้ลูกวางแผนการใช้จ่ายได้ล่วงหน้า
- เงินหมดคือหมด หากลูกใช้เงินหมดก่อนกำหนด พ่อแม่ต้องใจแข็งไม่ให้เพิ่มทันที เพื่อให้เขาเรียนรู้ผลลัพธ์ของการไม่วางแผน และปรับปรุงพฤติกรรมในรอบถัดไป
สอนลูกแยกให้ออก ระหว่างของจำเป็นกับของที่อยากได้
หัวใจสำคัญของการใช้เงินอย่างชาญฉลาดคือการแยกแยะระหว่าง "Need" (ของจำเป็น) และ "Want" (ความต้องการ)
- ของจำเป็น สิ่งที่ไม่มีแล้วดำรงชีวิตลำบาก หรือส่งผลกระทบต่อหน้าที่การงาน/การเรียน เช่น อาหารกลางวัน อุปกรณ์การเรียน รองเท้าพละ
- ความต้องการ สิ่งที่มีเพื่อความพึงพอใจ ไม่มีก็ได้ เช่น ขนมขบเคี้ยว ของเล่นตามกระแส เสื้อผ้าแบรนด์เนม
พ่อแม่ควรชวนลูกตั้งคำถามก่อนซื้อทุกครั้งว่า "สิ่งนี้จำเป็นจริงไหม" หรือ "รอได้หรือเปล่า" เพื่อฝึกนิสัยการคิดก่อนจ่าย
สร้างพลังแห่งการออม ฝึกวินัยการเงินให้ลูกรัก
การบังคับให้ออมอาจสร้างความรู้สึกด้านลบ ลองเปลี่ยนมาสร้างแรงจูงใจให้ การเงินเด็ก เป็นเรื่องสนุกและท้าทาย
- ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน ให้ลูกวาดรูปหรือแปะรูปของที่อยากได้ไว้ที่กระปุกออมสิน เพื่อให้เห็นปลายทางความสำเร็จ
- สมทบทุน สร้างแรงจูงใจด้วยการเสนอว่า "ถ้าหนูเก็บได้เท่านี้ พ่อแม่จะสมทบให้อีกเท่าหนึ่ง" เพื่อกระตุ้นให้ลูกอยากเก็บเงินมากขึ้น
- ชื่นชมเมื่อทำสำเร็จ คำชมเชยจากพ่อแม่คือกำลังใจสำคัญที่ช่วยเสริมแรงบวกให้พฤติกรรมนั้นคงอยู่ถาวร
พ่อแม่ต้นแบบการเงินที่ดี สอนลูกได้ดีที่สุด
เด็กเรียนรู้จากการสังเกตมากกว่าคำสอน หากพ่อแม่สอนให้ลูกประหยัดแต่ตนเองใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ลูกย่อมเกิดความสับสน ดังนั้น พ่อแม่ต้องเป็น "Role Model" ทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง
- แสดงให้ลูกเห็นวิธีการเลือกซื้อของที่คุ้มค่า
- ชวนลูกมานั่งดูการทำบัญชีครอบครัว หรือพูดคุยเรื่องเป้าหมายการเงินของบ้าน
- มีวินัยในการออมให้ลูกเห็นเป็นกิจวัตร
สร้างหลักประกันอนาคตลูกด้วยประกันออมทรัพย์จาก Allianz Ayudhya
นอกจากการสอนให้ลูกรู้จักบริหารเงินแล้ว การเตรียมพร้อมของผู้ปกครองเพื่อรองรับอนาคตของลูกก็สำคัญไม่แพ้กัน การมีเครื่องมือทางการเงินที่ช่วยการันตีเงินออมและลดความเสี่ยง จะช่วยให้เป้าหมายการศึกษาและอนาคตของลูกไม่สะดุด
ประกันออมทรัพย์ จาก อลิอันซ์ อยุธยา เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยตอบโจทย์ อนาคตลูก ด้วยผลตอบแทนที่แน่นอน ช่วยสร้างวินัยการออมระยะยาว และยังมีความคุ้มครองชีวิตที่เปรียบเสมือนหลักประกันความมั่นคง ให้คุณมั่นใจได้ว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แผนการเงินเพื่อลูกรักจะยังคงอยู่
อ้างอิง
- https://www.set.or.th/th/education-research/education/happymoney/knowledge/article/65-how-to-raise-your-child-to-be-a-saver