คำชี้แจงเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของอลิอันซ์ อยุธยา สำหรับคู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ

บมจ. อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต, บมจ. อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย, บมจ. อลิอันซ์ อยุธยา แคปปิตอล และ บจก. มายเฮลท์ เซอร์วิสเซส (ไทยแลนด์) (“บริษัท“/“เรา”) ให้ความสำคัญต่อการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เราจึงขอให้ท่านอ่านและทำความเข้าใจ “คำชี้แจงเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล” ฉบับนี้ ซึ่งจะอธิบายให้ท่านทราบเกี่ยวกับวิธีการและประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย หรือ การดำเนินการใดๆ กับข้อมูลส่วนบุคคลไม่ว่าด้วยวิธีการอัตโนมัติหรือไม่ก็ตาม เช่น การบันทึก การจัดระบบ การจัดเก็บ การปรับเปลี่ยนหรือการดัดแปลง การเรียกคืน การส่ง โอน การเผยแพร่หรือการทำให้สามารถเข้าถึงหรือพร้อมใช้งานโดยวิธีใดๆ การจัดเรียง การนำมารวมกัน การจำกัดหรือการห้ามเข้าถึง การลบหรือการทำลาย (“ประมวลผล”) วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย และใครที่เราจะเปิดเผยหรือแบ่งปันข้อมูลให้ รวมทั้งสิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

1. ข้อมูลส่วนบุคคลประเภทใดที่บริษัทเก็บรวบรวมและประมวลผล

  • ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป เช่น ชื่อ - นามสกุล เพศ สัญชาติ สถานภาพการสมรส วันเกิด เลขที่หนังสือเดินทาง เลขที่บัตรประจำตัวประชาชน หรือหมายเลขอื่น ๆ ที่ราชการออกให้ ภาพบนหนังสือเดินทาง ภาพบนบัตรประจำตัวประชาชน หรือภาพบนเอกสารอื่นๆ ที่ราชการออกให้ เป็นต้น
  • ข้อมูลการติดต่อ เช่น ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน ที่อยู่ปัจจุบัน เบอร์โทรศัพท์บ้านหรือมือถือ ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (Email Address) หรือรายละเอียดการติดต่ออื่น ๆ เป็นต้น
  • ข้อมูลเกี่ยวกับการทำงาน เช่น ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน ประวัติการฝึกอบรม ใบอนุญาตทำงานหรือใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ข้อมูลเกี่ยวกับผลการปฏิบัติงาน เช่น การประเมินผลการปฏิบัติงาน ความประพฤติ หรือการกระทำความผิดในการทำงานหรือทางวินัย เป็นต้น
  • ข้อมูลทางการเงิน เช่น ค่าบริการ เลขที่บัญชีธนาคาร ข้อมูลเกี่ยวกับภาษีอากร และข้อมูลเกี่ยวกับการชำระเงิน เป็นต้น
  • ข้อมูลเกี่ยวกับสถานะทางกฎหมาย เช่น สถานะเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง หรือกฎหมายล้มละลาย กฎหมายว่าด้วยการแลกเปลี่ยนข้อมูลภาษีระหว่างประเทศ (FATCA) เป็นต้น
  • ข้อมูลส่วนตัวอื่นๆ เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานระบบสารสนเทศและเว็บไซต์ต่างๆของบริษัท การเก็บภาพของท่านในการจัดกิจกรรมต่างๆ การบันทึกภาพจากกล้องวงจรปิด การบันทึกเสียงสนทนาจากการประชุมต่างๆ เป็นต้น
  • ข้อมูลที่มีความอ่อนไหว (Sensitive Data) ตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด เช่น ประวัติอาชญากรรม เป็นต้น

ในกรณีที่ท่านได้ให้ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับบุคคลอื่นแก่เรา ท่านรับทราบและรับรองว่าท่านมีอำนาจในการดำเนินการในนามของบุคคลดังกล่าวในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคล และบุคคลดังกล่าวได้รับทราบถึงคำชี้แจงเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวแล้ว

2. เราได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างไร และประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอย่างไร
2.1 บริษัทได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดย:

  • บริษัททำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากท่านโดยตรง หรือจากนิติบุคคลที่เป็นคู่สัญญาหรือคู่ค้าของเราซึ่งท่านเป็นคณะกรรมการ กรรมการผู้มีอำนาจลงนาม พนักงาน ผู้รับจ้าง ของนิติบุคคลนั้น
  • เราอาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากแหล่งอื่น เช่น บุคคลอื่นที่แนะนำท่านให้เรา แหล่งข้อมูลสาธารณะ สื่อสังคมออนไลน์ แหล่งข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจหรือการค้าของท่าน

2.2 เราจะประมวลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

Swipe to view more

ฐานที่ใช้อ้างอิงตามกฎหมาย

วัตถุประสงค์

เพื่อการปฏิบัติตามสัญญาจ้าง

  • เพื่อการยืนยันตัวตนลงทะเบียนเป็นคู่ค้า และ/หรือพันธมิตรทางธุรกิจ
  • เพื่อใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญา เช่น การสั่งซื้อสินค้าหรือบริการ
  • การดำเนินการตรวจสอบการทำธุรกรรมเพื่อการเรียกเก็บหรือจ่ายค่าตอบแทน
  • เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามสัญญาที่มีอยู่ระหว่างบริษัทกับท่าน

เพื่อการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัท หรือกฎหมายอื่นใด ของหน่วยงานที่มีอำนาจ 

  • เพื่อการปฏิบัติตามคำสั่งโดยชอบด้วยกฎหมายของเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจ หรือคำสั่งระเบียบหรือกฎเกณฑ์ของหน่วยงานรัฐ หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย หรือหน่วยงานกำกับดูแลการประกอบธุรกิจ เช่น คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กรมสรรพากร

จำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบ
ด้วยกฎหมายของบริษัท หรือ
ของบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น

  • เพื่อการพิจารณา ประเมิน หรือคัดเลือกผู้รับจ้างหรือคู่ค้าในกระบวนการจัดจ้าง
  • เพื่อการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมก่อนและระหว่างสัญญา การป้องกันหรือตรวจสอบการทุจริตหรือการก่ออาชญากรรม
  • เพื่อการประเมินผลการดำเนินงานของท่าน
  • เพื่อการรักษาความปลอดภัยภายในบริเวณอาคารหรือสถานที่ด้วยระบบกล้องวงจรปิด (CCTV)
  • เพื่อการตรวจสอบภายใน การวางแผนทางธุรกิจ การจัดทำสถิติ
  • เพื่อประเมินและจัดการความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง
  • เพื่อการตรวสอบตัวตนในการปฏิบัติตามข้อกำหนดต่าง ๆ

การก่อตั้งสิทธิ ต่อสู้ หรือ
ปฏิบัติตามสิทธิเรียกร้อง

  • เพื่อดำเนินการตรวจสอบ รวบรวมข้อเท็จจริง สำหรับใช้ในการก่อตั้งสิทธิเรียกร้อง การดำเนินคดี และ/หรือการต่อสู้คดีในชั้นศาล โต้แย้ง คัดค้าน ชี้แจงข้อร้องเรียน หรือดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับสิทธิเรียกร้องของบริษัท

ความยินยอม

  • บริษัทอาจประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวเท่าที่จำเป็นเพื่อวัตถุประสงค์ที่ชอบด้วยกฎหมายตามที่ได้รับความยินยอม เว้นแต่เป็นการประมวลผลข้อมูลที่มีความอ่อนไหวที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอมตามกฎหมาย
    ในกรณีที่บริษัทไม่สามารถประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว หรือไม่ได้รับข้อมูลที่มีความอ่อนไหวที่ถูกต้อง ครบถ้วน และเพียงพอต่อการปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญาที่มีอยู่ได้
  • เพื่อวัตถุประสงค์อื่นใดตามที่ได้รับความยินยอมจากท่านเป็นครั้งคราว เว้นแต่วัตถุประสงค์นั้นบริษัทสามารถประมวลผลได้โดยชอบด้วยกฎหมายที่ใช้บังคับ หรือเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ในบางกรณี เอกสารที่ท่านนำส่งให้บริษัทอาจมีข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวรวมอยู่ด้วยโดยมิได้เป็นสาระสำคัญของการดำเนินการ เช่น ข้อมูลศาสนา หรือหมู่เลือดที่ปรากฏในสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ทั้งนี้ บริษัทไม่มีความจำเป็นและไม่มีวัตถุประสงค์ในการนำข้อมูลส่วนดังกล่าวมาใช้ในการเก็บรวบรวมหรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล หากท่านไม่ประสงค์จะเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวดังกล่าว ท่านสามารถดำเนินการลบ ปกปิด หรือขีดฆ่าข้อมูลนั้นก่อนส่งมอบเอกสารให้บริษัท และลงลายมือชื่อกำกับเพื่อรับรองการแก้ไข

บริษัทอาจใช้เทคโนโลยีที่มีอยู่ในปัจจุบันหรือที่จะพัฒนาเพิ่มเติมในอนาคต รวมถึงเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) และปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ (Generative AI) ในการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และ/หรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อเรียนรู้ ปรับปรุง พัฒนา และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน โดยบริษัทจะดำเนินการใช้เทคโนโลยีดังกล่าวเท่าที่จำเป็น ชอบด้วยกฎหมาย และจัดให้มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้กระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของท่านเกินสมควร ทั้งนี้ หากท่านมีข้อสงสัย สามารถติดต่อบริษัทได้ตามรายละเอียดในข้อ 7

3. ใครสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านหรือเราจะเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้กับใคร

บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้กับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่น หรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลทั้งในประเทศหรือต่างประเทศตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ ดังนี้

  • อลิอันซ์ เอสอี หรือบริษัทในกลุ่มอลิอันซ์
  • บุคคลที่สาม เช่น ที่ปรึกษาภายนอกบริษัท คู่สัญญา ผู้ให้บริการ หรือผู้ให้บริการ cloud computing เป็นต้น
  • หน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจตามกฎหมาย เช่น กรมสรรพากร หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย หน่วยงานกำกับดูแลธุรกิจ เช่น สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เป็นต้น
  • ผู้รับโอนหรือผู้สืบสิทธิในส่วนใด ๆ ของเราเนื่องจากการซื้อหรือขายที่เกิดขึ้นจริงหรือการเสนอซื้อหรือขายบริษัท หรือกลุ่มบริษัท ทั้งหมดหรือบางส่วน
  • บุคคลอื่นใดที่ท่านได้ให้ความยินยอมโดยชัดแจ้งตามวัตถุประสงค์ที่เป็นการเฉพาะ

4. ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะได้รับการประมวลผลที่ไหน

ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอาจจะถูกประมวลผลทั้งภายในและภายนอกราชอาณาจักรไทยโดยบุคคลหรือนิติบุคคลที่ถูกระบุไว้ในข้อ 3 ข้างต้น ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับข้อจำกัดทางสัญญาที่เกี่ยวกับการรักษาความลับและความปลอดภัย ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายและกฎระเบียบเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ใช้บังคับ เราจะไม่ทำการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้กับผู้ที่ไม่มีสิทธิในการประมวลผลข้อมูล

เมื่อใดก็ตามที่เราส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อทำการประมวลผลนอกราชอาณาจักรไทยหรือไปยังบริษัทในกลุ่มอลิอันซ์ เราจะปฏิบัติตาม “มาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการโอนข้อมูลส่วนบุคคลในกลุ่มอลิอันซ์” (BCRs) ซึ่งกำหนดมาตรการที่เหมาะสมในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีนี้

ท่านสามารถเข้าถึงเอกสาร BCRs และ เอกสารรายชื่อของบริษัทในกลุ่มอลิอันซ์ที่ปฎิบัติตาม BCRs ได้ที่ www.allianz.com/en/privacy-statement.html#bindingcorporaterules

ในกรณีที่ BCRs ไม่ครอบคลุมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลใด เราจะจัดให้มีมาตรการคุ้มครองที่เหมาะสมเพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลที่โอนไปนอกราชอาณาจักรไทยนั้นจะได้รับการคุ้มครองเหมือนกับการประมวลในราชอาณาจักรไทย โดยบริษัทจะจัดให้มีมาตรการคุ้มครองที่เหมาะสมเป็นไปตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลรวมถึงประกาศ กฎ ระเบียบ หรือกฎหมายลำดับรองกำหนด

5.ท่านมีสิทธิอะไรบ้างในข้อมูลส่วนบุคคลของท่านและช่องทางไหนที่ท่านสามารถขอใช้สิทธิ

ภายใต้บทบัญญัติของพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ดังนี้

  • เข้าถึง หรือข้อรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน รวมถึงขอให้เปิดเผยถึงการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคล
  • ยกเลิกหรือเพิกถอนการให้ความยินยอมได้ในทุกโอกาส สำหรับการประมวลผลข้อมูลภายใต้ความยินยอมของท่าน
  • ปรับปรุง หรือแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้เป็นปัจจุบัน ถูกต้อง สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
  • ลบ หรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวมไว้ไม่สามารถระบุตัวตนของท่านได้ หากข้อมูลดังกล่าวไม่จำเป็นต้องใช้ตามวัตถุประสงค์ที่ได้ระบุไว้ข้างต้นอีกต่อไป
  • จำกัดการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเมื่อท่านโต้แย้งถึงความถูกต้องของข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวมไว้ ในระยะเวลาที่เราตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล
  • คัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในบางกรณี รวมถึง กรณีที่ประมวลผลเพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาดแบบตรง
  • ขอรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อตัวของท่านเอง หรือผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลรายใหม่ของท่าน
  • ยื่นข้อร้องเรียนโดยตรงกับเรา หรือยื่นต่อหน่วยงานรัฐที่ทำหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีที่พบการฝ่าฝืนข้อกำหนดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ในกรณีที่ท่านขอเพิกถอนความยินยอมสำหรับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล หรือขอลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวมไว้ไม่สามารถระบุตัวตนของท่าน หรือจำกัดการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน อาจส่งผลให้บริษัทไม่สามารถปฏิบัติตามหน้าที่ตามสัญญา หรือเกิดข้อจำกัดในการทำธุรกรรมหรือให้บริการบางประเภท

บริษัทอาจจะปฏิเสธที่จะดำเนินการตามที่ท่านร้องขอได้ในกรณีที่มีข้อจำกัดสิทธิของท่านตามที่กฎหมายกำหนด หรือบริษัทสามารถประมวผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้โดยชอบด้วยกฎหมาย ทั้งนี้ บริษัทสงวนสิทธิที่จะคิดค่าธรรมเนียมสำหรับการดำเนินการตามคำร้องขอของท่านตามที่บริษัทเห็นสมควร

6. เราจะจัดเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้เป็นระยะเวลานานเท่าใด

เราจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้เป็นเวลาอย่างน้อย 10 ปี ภายหลังจากที่ความสัมพันธ์ระหว่างท่านกับบริษัทสิ้นสุดลง อย่างไรก็ตาม บริษัทอาจยังคงจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อไปหลังจากสิ้นสุดระยะเวลาดังกล่าวหากบริษัทเห็นว่าบริษัทยังมีความจำเป็นในการจัดเก็บข้อมูลของท่านเพื่อใช้ตามวัตถุประสงค์ในการจัดเก็บรวบรวมข้อมูลข้างต้น หรือเพื่อความจำเป็นอื่นใดที่บริษัทเห็นสมควร เช่น การบังคับสิทธิตามกฎหมายหรือตามสัญญาของบริษัท เป็นต้น

เราจะไม่เก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้เป็นระยะเวลานานเกินความจำเป็นเพื่อวัตถุประสงค์ในการจัดเก็บรักษาเท่านั้น

7. ข้อมูลเพิ่มเติมและช่องทางการติดต่อสอบถาม

หากท่านต้องการใช้สิทธิเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล ท่านสามารถติดต่อเราได้โดย
ก) ติดต่อมาที่ผู้แทนของบริษัทที่ติดต่อกับท่านในปัจจุบัน หรือ
ข) ส่งไปรณีย์มายังที่อยู่ข้างล่างนี้ หรือ

Swipe to view more

บมจ.อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต | บมจ. อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย
บมจ. อลิอันซ์ อยุธยา แคปปิตอล | บจก. มายเฮลท์ เซอร์วิสเซส (ไทยแลนด์)

ที่อยู่ 898 อาคารเพลินจิตทาวเวอร์ ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

อนึ่ง หากท่านมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเนื้อหาส่วนใดๆในคำชี้แจงเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ หรือต้องการยื่นข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ท่านสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้ที่ [email protected]

คำชี้แจงเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้จัดทำขึ้นเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ในกรณีที่ข้อความระหว่าง 2 ภาษานั้นขัดหรือแย้งกัน ให้ใช้ภาษาไทยเป็นสำคัญ

คำชี้แจงเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ ปรับปรุงเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569