เปรียบเทียบประกันสุขภาพ เลือกแบบไหนคุ้ม ? ก่อนจะซื้อประกัน

เขียนโดย: Kemmika Chairatkunchorn (ผู้เชียวชาญ ด้านประกันสุขภาพ)

อัพเดตล่าสุด: March 18, 2026

เปรียบเทียบประกันสุขภาพ

การตัดสินใจซื้อประกันสุขภาพสักฉบับไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะแผนประกันสุขภาพของแต่ละกรมธรรม์ต่างมีข้อดีและข้อจำกัดที่แตกต่างกันออกไป ทำให้การเปรียบเทียบประกันสุขภาพจึงเป็นเรื่องสำคัญ

บทความนี้จะพามาดูกันว่าการเปรียบเทียบประกันสุขภาพ 2569 ต้องพิจารณาจากอะไรบ้าง  พร้อมทั้งแผนประกันสุขภาพน่าสนใจ ที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกแผนประกันที่ใช่ได้ง่ายขึ้น

Key Takeaways

  • ข้อดีของการเปรียบเทียบประกันสุขภาพ คือ เข้าใจรายละเอียดของแผนประกันสุขภาพต่าง ๆ ทำให้เลือกแผนประกันที่ตอบโจทย์ความต้องการของตนเองได้
  • ประกันสุขภาพเหมาจ่ายต่อปี ผู้เอาประกันจะได้วงเงินความคุ้มครองทั้งก้อนไว้สำหรับค่าใช้จ่ายค่าในการรักษาพยาบาลตลอดรอบปีกรมธรรม์ แต่ประกันสุขภาพเหมาจ่ายต่อครั้งจะได้วงเงินความคุ้มครองในการรักษาต่อครั้ง/ต่อโรค
  • เบี้ยประกันสุขภาพแบบที่มีความคุ้มครองต่อรอบปีกรมธรรม์ มักจะสูงกว่าเบี้ยประกันสุขภาพแบบที่มีความคุ้มครองต่อครั้ง ต่อโรค เพราะให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมกว่า และจ่ายค่ารักษา
    พยาบาลตามจริงภายในวงเงินที่กำหนด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรายละเอียดและเงื่อนไขของแต่ละกรมธรรม์
  • แนะนำประกันสุขภาพแบบเหมาจ่ายสำหรับผู้ที่มีประวัติรักษาตัวเป็นประจำ และประกันสุขภาพแบบแยกค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ที่ต้องการสวัสดิการรักษาพยาบาลเพิ่มเติม
เทียบประกัน

การเปรียบเทียบประกันสุขภาพ ก่อนตัดสินใจซื้อกรมธรรม์สักฉบับ มีข้อดีมากมายซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

แผน ประกันสุขภาพเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีรายละเอียดมากมาย ทั้งทุนประกัน หรือเบี้ยประกัน ซึ่งหากไม่เคยศึกษาเกี่ยวกับแผนประกันสุขภาพมาก่อน ก็จะไม่เข้าใจว่าคำเหล่านี้ความหมายคืออะไร แต่ถ้าเคยศึกษาแผนประกันผ่านการเปรียบเทียบประกันสุขภาพแผนต่าง ๆ มาบ้างแล้ว ก็จะเข้าใจลักษณะของผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพมากยิ่งขึ้น และตัดสินใจได้ว่าควรทำประกันสุขภาพที่ไหนดี

แผนประกันสุขภาพมีหลายรูปแบบทั้งประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย ที่มีความคุ้มครองต่อรอบปีกรมธรรม์, ประกันสุขภาพแบบเหมาจ่ายต่อครั้ง ที่มีความคุ้มครองสูงสุดต่อการพักรักษาเป็นผู้ป่วยในครั้งใดครั้งหนึ่ง* หรือแผนประกันสุขภาพเฉพาะทาง เช่น ประกันโรคร้ายแรง ประกันมะเร็ง ซึ่งแผนประกันแต่ละประเภทนั้นเหมาะกับกลุ่มคนที่แตกต่างกันออกไป เช่น ประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย จะเหมาะสำหรับผู้ที่อยากแบ่งเบาความเสี่ยงในเรื่องภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล

ในขณะที่ ประกันโรคร้ายแรง เหมาะกับผู้ที่มีสวัสดิการรักษาพยาบาลอยู่แล้ว แต่ต้องการเสริมความคุ้มครองกลุ่มโรคร้ายแรง เพื่อความคุ้มครองที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

หมายเหตุ

*การพักรักษาเป็นผู้ป่วยในครั้งใดครั้งหนึ่ง (Per Confinement) หมายถึง การเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน หรือการรักษาด้วยการผ่าตัดใหญ่ที่ไม่ต้องเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน (Day Surgery) ในโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลแต่ละครั้ง และให้รวมถึงการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน หรือการรักษาด้วยการผ่าตัดใหญ่ที่ไม่ต้องเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน (Day Surgery) ในโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลไม่ว่ากี่ครั้งก็ตาม ด้วยเหตุจากการบาดเจ็บหรือการป่วยเดียวกัน และยังรักษาไม่หาย รวมถึงภาวะแทรกซ้อนที่เกี่ยวข้อง หรือต่อเนื่องกัน ทั้งนี้ ภายในระยะเวลา 90 วัน นับแต่วันที่ออกจากโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลครั้งสุดท้าย ก็ให้ถือว่าเป็นการเข้าพักรักษาตัวครั้งเดียวกันด้วย

 

ค่าเบี้ยประกันสุขภาพเป็นปัจจัยสำคัญที่คนจำนวนมากใช้พิจารณาก่อนทำประกัน และหลายคนก็มักเลือกแผนประกันที่มีค่าเบี้ยต่ำที่สุด ซึ่งความจริงแล้วแผนประกันที่มีเบี้ยต่ำ ก็อาจไม่ใช่ตัวเลือกที่เหมาะสมเสมอไป เพราะแผนประกันที่มีค่าเบี้ยต่ำ อาจมีวงเงินความคุ้มครองไม่เพียงพอและไม่ครอบคลุมในบางการรักษา เช่น แผนประกันกำหนดวงเงินห้องพักผู้ป่วย 3,000 บาท/คืน แต่ห้องพักผู้ป่วย จริงอยู่ที่ 4,000 บาท/คืน เท่ากับว่าเราต้องจ่ายค่าส่วนต่างเพิ่ม 1,000 บาท/คืน นั่นเอง

อลิอันซ์ อยุธยา มีแผนประกันสุขภาพที่น่าสนใจเหล่านี้มาแนะนำ ให้คุณเปรียบเทียบประกันสุขภาพง่าย ๆ ด้วยตนเอง ดังนี้

Swipe to view more

ผนประกันสุขภาพ วงเงินผลประโยชน์ ค่าห้อง ค่าอาหาร และค่าบริการในโรงพยาบาลต่อวัน ค่าบริการทางการพยาบาลในห้องICU ต่อวัน ต้องซื้อพ่วงประกันชีวิตหรือไม่ ? เหมาะกับใคร
เฟิร์สคลาส@บีดีเอ็มเอส* แผนบียอนด์ แพลทินัม120 ล้านบาท/รอบปีกรมธรรม์ และ แผนแพลทินัม 60 ล้านบาท/รอบปีกรมธรรม์ แผนบียอนด์ แพลทินัม20,000 บาทต่อวันแผนแพลทินัม9,000 บาท ต่อวัน จ่ายตามจริง  แนบประกันชีวิตได้   เหมาะสำหรับผู้ต้องการรักษาตัวกับโรงพยาบาลชั้นนำในเครือ BDMS ในประเทศไทยและกัมพูชา
อัลตราแคร์** 10 ล้านบาท ต่อปี - 200 ล้านบาทต่อปี  จ่ายตามจริง จ่ายตามจริง ไม่ต้องซื้อประกันชีวิต  เหมาะกับผู้เดินทางท่องเที่ยวเป็นประจำ เพราะให้ความคุ้มครองทั่วโลก ยกเว้นที่ประเทศสหรัฐอเมริกา
แพลทินัม* แผนบียอนด์ แพลทินัม 100 ล้านบาท/ รอบปีกรมธรรม์ และแผนแพลทินัม 80 ล้านบาท/ รอบปีกรมธรรม์ แผนบียอนด์ แพลทินัม 15,000 บาท ต่อวัน และ แผนแพลทินัม 10,000 บาท ต่อวัน จ่ายตามจริง  แนบประกันชีวิตได้  เหมาะกับผู้ต้องการการรักษาอย่างครอบคลุมทั้งการรักษาแบบ IPD และ OPD
ปลดล็อคดับเบิล แคร์* 8-30 ล้านบาท 3,000 - 15,000 บาท ต่อวัน จ่ายตามจริง  แนบประกันชีวิตได้   เหมาะกับผู้ต้องการความคุ้มครองกลุ่มโรคร้ายแรง
ซูพีเรีย เฮลท์** 2-10 ล้านบาท 6,000 - 12,000 บาท ต่อวัน  12,000-24,000 บาท  ไม่ต้องซื้อพ่วงประกันชีวิต  เหมาะสำหรับผู้ต้องการวงเงินความคุ้มครองสูง และได้รับการรักษาในระดับพรีเมียม
ซิมเพิล เฮลท์** 500,000 - 5 ล้านบาท 2,000 - 7,000 บาท 4,000 - 14,000 บาท   ไม่ต้องซื้อพ่วงประกันชีวิต  เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความคุ้มครองสุขภาพพื้นฐาน เน้นการรักษาแบบผู้ป่วยใน
สมาร์ทเตอร์ เฮลท์** 750,000 - 5,000,000 บาท 4,000 - 7,000 บาท 8,000-14,000 บาท  ไม่ต้องซื้อพ่วงประกันชีวิต  เหมาะกับผู้ต้องการประกันเหมาจ่ายตามจริงที่ได้รับวงเงินความคุ้มครองสูง
Exclusive Care@BDMS** Exclusive Care @BDMS Plan 1 1.5 ล้านบาท/Exclusive Care @BDMS Plan 2 5 ล้านบาท Exclusive Care @BDMSPlan 1 5,000 บาท ต่อวัน/Exclusive Care @BDMS Plan 2 7,000  บาท ต่อวัน Exclusive Care @BDMSPlan 1 15,000 บาท/Exclusive Care @BDMSPlan 2 21,000  บาท (สูงสุดไม่เกิน 15 วัน)  ไม่ต้องซื้อพ่วงประกันชีวิต  เหมาะกับผู้ต้องการการรักษาระดับพรีเมียมกับโรงพยาบาลในเครือ BDMS
ปลดล็อคสบายกระเป๋า* 1 ล้านบาท 2,000 บาท จ่ายตามจริง (สูงสุด 60 วัน ต่อรอบปีกรมธรรม์) แนบประกันชีวิตได้  เหมาะสำหรับคนงบน้อย ที่ต้องการจ่ายค่าเบี้ยต่ำ แต่ต้องการความคุ้มครองสูง
แซฟวี่ เฮลท์** 250,000 - 750,000 บาท ต่อปี 1,500 - 3,500 บาท 3,000 - 7,000 บาท  ไม่ต้องซื้อพ่วงประกันชีวิต  เหมาะสำหรับผู้ต้องการจ่ายเบี้ยประกันสุขภาพแบบรายเดือน
อัลติเมต เฮลท์* สูงสุด 250,000 บาท เพิ่มจำนวนเงินผลประโยชน์อีก 50% สูงสุดถึง 375,000 บาท กรณีเจ็บป่วยด้วย 1 ใน 3 โรคร้ายท็อปฮิต หรือกรณีที่มีการผ่าตัด สูงสุด 3,000 บาท นานถึง 180 วัน เบิกค่าบริการทางการพยาบาลได้สูงสุดวันละ 1,500 บาท นานถึง 180 วัน เพิ่มจำนวนเงินผลประโยชน์เป็น 2 เท่า กรณี ICU  แนบประกันชีวิตได้  เหมาะสำหรับผู้ที่มีสวัสดิการรักษาพยาบาลอยู่แล้ว แต่ต้องการซื้อประกันเพื่อรับความคุ้มครองเพิ่มเติม

* รับประกันภัยโดย บมจ. อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต

** รับประกันภัยโดย บมจ. อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย

เปรียบเทียบประกันสุขภาพ 2569

ก่อนตัดสินใจซื้อประกันสุขภาพ แน่นอนว่าเราต้องเปรียบเทียบประกันสุขภาพแผนต่าง ๆ อย่างรอบคอบ แต่เมื่อเปรียบเทียบแผนประกันสุขภาพจำนวนมากแล้ว หลายคนกลับตัดสินใจไม่ได้ว่าควรเลือกประกันแผนไหนดี ซึ่งเรามีวิธีเลือกแผนประกันสุขภาพมาแนะนำดังต่อไปนี้

พิจารณาโรงพยาบาลที่ตั้งใจจะไปใช้บริการจริง เพื่อกำหนดค่าห้องและวงเงินให้ครอบคลุมค่าใช้จ่าย

ประกันสุขภาพ ส่วนใหญ่มักจะเป็นสัญญาที่ผูกกับประกันชีวิต ที่มีความคุ้มครองระยะยาวไปจนถึงอายุ 80-90 ปี การเลือกบริษัทที่มีความมั่นคงสูง ก็จะมั่นใจได้ว่าบริษัทมีความสามารถในการจ่ายค่าสินไหมทดแทนได้จริงตามสัญญา หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน (เสียชีวิต, เจ็บป่วย)

เช็กสิทธิสวัสดิการสุขภาพที่มีอยู่ เช่น หากบริษัทของคุณทำประกันสุขภาพกลุ่มให้ และเห็นว่าวงเงินความคุ้มครองกลุ่มโรคร้ายแรงน้อยเกินไป อาจไม่เพียงพอสำหรับการรักษาในระยะยาว คุณก็สามารถทำประกันสุขภาพโรคร้ายแรง เพื่อรับความคุ้มครองเพิ่มเติม

เบี้ยประกันสุขภาพในบางแผนประกันจะขึ้นตามอายุที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากอายุเยอะก็จะมีความเสี่ยงต่อโรคมากขึ้น ควรเตรียมงบประมาณสำรองไว้ตั้งแต่วัยทำงานเพื่อจ่ายเบี้ยในอนาคตในยามที่เราเกษียณไว้ด้วย

ใช้ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 25,000 บาทต่อปี ทั้งนี้เป็นไปตามกฎเกณฑ์ และเงื่อนไขของกรมสรรพากร

การเลือกประกันสุขภาพที่เหมาะกับ ไลฟ์สไตล์ช่วยให้คุณได้รับความคุ้มครองที่ครอบคลุมความเสี่ยงจริงในชีวิตประจำวันโดยไม่ต้องจ่ายค่าเบี้ยทิ้งไปกับส่วนเกินที่ไม่จำเป็น เช่น หากคุณเป็นสายเฮลตี้ที่แทบไม่เคยนอนโรงพยาบาล เลือกแผนประกันสุขภาพแบบมีความรับผิดส่วนแรก (Deductible) ก็จะช่วยประหยัดค่าเบี้ยต่อปีได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งแต่ละแผนประกัน แต่ละบริษัท ก็จะมีค่าความรับผิดส่วนแรก และรายละเอียดที่แตกต่างกัน

ระยะเวลารอคอย หรือระยะเวลาที่ไม่คุ้มครอง (Waiting Period) ในประกันสุขภาพ คือ ช่วงเวลาหลังจากที่กรมธรรม์ประกันสุขภาพมีผลบังคับใช้ แต่ยังไม่สามารถเคลมค่ารักษาพยาบาลได้สำหรับบางโรคหรือภาวะ

โดยทั่วไปแล้วจะแบ่งเป็น 30/60 วันสำหรับโรคทั่วไป และ 90 วันสำหรับโรคร้ายแรง ซึ่งแต่ละแผนประกัน และ แต่ละบริษัท ก็จะมีระยะเวลารอคอยที่แตกต่างกัน โดยระยะเวลารอคอยนี้ มีเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่ผู้เอาประกันจะเจ็บป่วยหรือเป็นโรคร้ายแรงมาก่อนทำประกันแล้วค่อยมาเคลม

การปกปิดประวัติการเจ็บป่วยในอดีต อาจส่งผลให้บริษัทประกันมีสิทธิ์บอกเลิกสัญญาได้ ยกเว้นว่าคุณได้แถลงอาการเจ็บป่วยนั้น ๆ ให้กับบริษัทประกันทราบ และบริษัทยอมรับความเสี่ยงโดยไม่มีเงื่อนไขแล้ว หรืออาการเจ็บป่วยนั้น ไม่เคยปรากฏอาการเลยในช่วง 5 ปี ก่อนวันเริ่มคุ้มครอง และในช่วง 3 ปี นับแต่วันเริ่มคุ้มครองครั้งแรก

ประกันสุขภาพเหมาจ่ายจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดที่เกิดขึ้นจริง ภายในวงเงินที่กำหนดไว้ แต่ต้องไม่นอกเหนือที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ ในขณะที่ประกันสุขภาพแบบแยกจ่ายจะกำหนดวงเงินคุ้มครองแยกย่อย ที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละรายการตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์

ประกันเหมาจ่ายต่อปีจะรวมวงเงินค่ารักษาทุกครั้งรวมกันไม่เกินยอดที่กำหนดตลอดทั้งปี (เช่น 5 ล้านบาท) เหมาะกับโรคเรื้อรังที่ต้องเข้าออกโรงพยาบาลบ่อยครั้ง

ส่วนแบบประกันเหมาจ่ายต่อครั้ง คือแผนประกันที่กำหนดวงเงินสูงสุดให้คุณต่อการรักษา 1 โรค หรือต่อการบาดเจ็บ 1 ครั้ง และวงเงินจะ Reset กลับมาเต็มจำนวนใหม่ทุกครั้งที่ป่วยด้วยโรคใหม่ หรือป่วยด้วยโรคเดิมที่ห่างจากครั้งก่อนเกินจำนวนวันที่กรมธรรม์กำหนด

การเปรียบเทียบประกันสุขภาพ เป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนควรทำก่อนตัดสินใจซื้อประกัน เพราะนอกจากจะช่วยให้เราเข้าใจได้ว่าแผนประกันแบบใดที่ตอบโจทย์กับความต้องการของเรามากที่สุดแล้ว ยังช่วยให้เรามองเห็นข้อจำกัดและเงื่อนไขของประกันแต่ละแผนได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น

อลิอันซ์ อยุธยา พร้อมแนะนำประกันสุขภาพที่เหมาะกับผู้คนทุกเพศทุกวัย ด้วยแผนประกันสุขภาพระดับสากล ให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลอย่างครอบคลุม และยังมีบริการพบแพทย์ออนไลน์ (Telemedicine) ซึ่งช่วยให้คุณได้รับการบริการที่สะดวกสบาย และมีประสิทธิภาพสูงสุด

สนใจติดต่อสอบถามเพิ่มเติม

สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ allianz.co.th หรือสอบถามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ผ่านศูนย์บริการลูกค้า อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต โทร. 1373 และศูนย์บริการลูกค้า อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย โทร. 1292 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

Apologies, we are currently unable to handle your request.

Enter the text from the box. 60 seconds remaining. Can't read the text? Reload text

Form sent successfully.