เขียนโดย: Kemmika Chairatkunchorn (ผู้เชียวชาญ ด้านประกันสุขภาพ)
อัพเดตล่าสุด: March 13, 2026
เขียนโดย: Kemmika Chairatkunchorn (ผู้เชียวชาญ ด้านประกันสุขภาพ)
อัพเดตล่าสุด: March 13, 2026
OPD คือการรักษาผู้ป่วยนอกที่ไม่จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาล ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่หลายคนเจอบ่อยกว่าที่คิด ไม่ว่าจะเป็นไข้หวัด ปวดท้อง หรืออาการเจ็บป่วยเล็กน้อย หากไม่มีความคุ้มครองส่วนนี้ ค่าใช้จ่ายจากการรักษาเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้อาจสะสมจนกระทบการเงินโดยไม่รู้ตัว
ในบทความนี้ เราจะพาไปทำความเข้าใจว่าประกันที่ให้ความคุ้มครอง OPD สำคัญแค่ไหน ต่างจาก IPD อย่างไร และเหตุผลที่ควรมีประกัน OPD อยู่ในประกันสุขภาพของคุณมีอะไรบ้าง
Key Takeaways
OPD คืออะไร ต่างจาก IPD อย่างไร
ประกันสุขภาพ OPD หรือ ประกัน OPD คืออะไร
ประกันสุขภาพ IPD หรือ ประกัน IPD คืออะไร
เปรียบเทียบประกันสุขภาพ OPD กับ IPD ต่างกันอย่างไร
ทำไมต้องซื้อประกันสุขภาพทั้ง OPD และ IPD
ประกันสุขภาพแผนเบสิกแคร์ ประกันที่ครอบคลุมทั้ง OPD และ IPD
ประกัน OPD คือคำตอบของการดูแลสุขภาพครบด้าน เลือกประกันที่ใช่กับ Allianz Ayudhya
OPD (Out-Patient Department) คือ ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาอาการบาดเจ็บหรืออาการป่วย ณ แผนกผู้ป่วยนอก หรือแผนกฉุกเฉิน โดยไม่มีความจำเป็นทางการแพทย์ที่ต้องเข้าพักรักษาพยาบาลค้างคืนในโรงพยาบาล/สถานพยาบาล หรือพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน
IPD (In-Patient Department) คือ ผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาล/สถานพยาบาลต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง โดยเป็นไปตามการวินิจฉัยที่เห็นสมควรของแพทย์ผู้รักษา
ประกันสุขภาพรูปแบบ IPD จะให้ความคุ้มครองครอบคลุมในด้านของการรักษา ให้กับผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการพักรักษาตัวแบบผู้ป่วยในในโรงพยาบาลที่มากกว่า 6 ชั่วโมง อันเนื่องมาจากอุบัติเหตุที่ค่อนข้างรุนแรง หรืออาการเจ็บป่วย โดยจะเป็นไปตามการวินิจฉัยที่เห็นสมควรของแพทย์ผู้รักษาโดยจะให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในด้านค่าผ่าตัด ค่าห้องพัก ค่าแพทย์และพยาบาล ค่ายา และค่าบริการอื่นๆ ทั้งนี้ผู้ป่วยในสามารถเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลได้ ตามความจำเป็นทางการแพทย์
นอกจากการนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลแล้ว ปัจจุบันการรักษาแบบ Day Surgery หรือการผ่าตัด ทำหัตถการแบบไม่ต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาล[1] ก็ถือว่าอยู่ภายใต้ความคุ้มครองแบบ IPD เช่นกัน แม้ผู้ป่วยจะไม่ต้องค้างคืนในโรงพยาบาลก็ตาม
การเข้าใจความแตกต่างระหว่างประกันสุขภาพ OPD และ IPD ถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะทั้งสองรูปแบบให้ความคุ้มครองต่างกัน จะมีความแตกต่างกันในเรื่องของการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ป่วย ซึ่ง OPD จะเป็นผู้ป่วยนอก และ IPD จะเป็นผู้ป่วยใน รวมถึงข้อบ่งชี้ทางการแพทย์และแนวทางการรักษาของผู้ป่วยทั้ง 2 แบบก็แตกต่างกัน ดังนี้
Swipe to view more
| OPD (ผู้ป่วยนอก) | IPD (ผู้ป่วยใน) | |
| รูปแบบการรักษา | ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล | ต้องนอนโรงพยาบาล หรือการรักษารูปแบบ Day Surgery* |
| ระยะเวลาในการรักษา | รับการรักษาและกลับบ้านได้ภายในวันเดียว | พักรักษาตัวมากกว่า 6 ชั่วโมง |
| ลักษณะอาการเจ็บป่วย | โรคทั่วไป อาการเจ็บป่วยเล็กน้อย หรือโรคเรื้อรังที่ต้องพบแพทย์ประจำ | อาการรุนแรง หรือจำเป็นต้องดูแลใกล้ชิด |
| ค่าใช้จ่ายที่คุ้มครอง | ค่าตรวจ ค่ายา ค่าแพทย์ | ค่าห้อง ค่าผ่าตัด ค่าแพทย์ ค่ายา |
| รูปแบบการใช้ | ใช้บ่อยในชีวิตประจำวัน | ใช้เมื่อเจ็บป่วยหนักหรือเกิดอุบัติเหตุ |
* Day Surgery คือการผ่าตัดใหญ่หรือการทำหัตถการทดแทนการผ่าตัดใหญ่ หรือการใช้เครื่องมือบำบัดรักษาพิเศษที่สามารถทดแทนการผ่าตัดใหญ่ได้ โดยไม่ต้องมีการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยในในโรงพยาบาล
แน่นอนว่าประกันสุขภาพของทั้งสองรูปแบบมีการรักษาแตกต่างกัน บริษัทประกันหลายที่ก็ออกแผนประกันสุขภาพมาให้เลือกมากมาย แต่ในทางที่ดีควรทำไว้ทั้ง 2 รูปแบบเลย กล่าวคือประกันสุขภาพทั้ง 2 รูปแบบ เหมาะสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะช่วงอายุไหน หรือเพศอะไรก็ตาม ซึ่งถ้าเกิดการเจ็บป่วยเล็กน้อย ประกัน OPD ก็จะเข้ามาช่วยรับรองค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลที่เกิดขึ้น จากการเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บเล็กน้อย และถ้าหากเกิดการเจ็บป่วยร้ายแรงหรือประสบอุบัติเหตุ ประกัน IPD ก็จะช่วยจ่ายค่ารักษาพยาบาลในโรงพยาบาลตามวงเงินที่ระบุไว้ในกรมธรรม์นั่นเอง
หากใครที่มีมองว่ามีสวัสดิการสุขภาพจากบริษัท หรือประกันกลุ่มอยู่แล้วแต่อาจยังไม่ครอบคลุม และบางส่วนอาจไม่เพียงพอ ก็สามารถเลือกความคุ้มครองในส่วนนี้เพิ่มเติมได้
เมื่อได้ทราบถึงความสำคัญของประกันทั้ง 2 รูปแบบแล้ว หลายคนมองว่าจะยุ่งยากหรือไม่ เพราะอาจจะต้องทำประกันแบบแยกแผน ซึ่งแบบนั้นอาจจะก่อให้เกิดความสับสนได้ วันนี้ขอนำเสนอแผนประกันสุขภาพที่ครอบคลุมทั้งรูปแบบ OPD และ IPD นั่นก็คือ ประกันสุขภาพ แผนเบสิกแคร์ จาก อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย เพราะเป็นประกันสุขภาพที่เข้าใจง่าย จ่ายตามจริง
เพราะชีวิตของคนเรามีความเสี่ยงอยู่รอบตัวมากมาย การที่เรามีประกันสุขภาพ OPD กับ IPD เพื่อรองรับกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด ประกันสุขภาพ OPD กับ IPD นี้จะสามารถครอบคลุมค่าใช้จ่ายได้แบบอุ่นใจ ไร้กังวล ทั้งนี้ก่อนจะทำประกันสุขภาพแผนไหนก็ต้องมีการเปรียบเทียบประกันสุขภาพ และความคุ้มครองที่ได้กับเบี้ยประกันที่จ่ายไหว เพื่อให้ได้ความคุ้มที่คุ้มค่า ลดความเสี่ยงในการใช้ชีวิต เป็นผลดีต่อสุขภาพของตนเอง และไม่เดือดร้อนครอบครัวและคนรอบข้าง
**หากผู้ขอเอาประกันภัยสมัครและทำประกันก่อนอายุ 60 ปีบริบูรณ์ และมีการต่ออายุกรมธรรม์อย่างต่อเนื่อง จะได้รับสิทธิ์ในการต่ออายุกรมธรรม์ตลอดชีพ แต่หากผู้ขอเอาประกันภัย สมัคร และทำประกันหลัง อายุ 60 ปีบริบูรณ์จะได้รับสิทธิ์ในการต่ออายุกรมธรรม์จนถึงอายุ 80 ปี
พบได้ทั้งในโรงพยาบาลรัฐ โรงพยาบาลเอกชน และคลินิก โดย OPD มักพบในคลินิกและแผนกผู้ป่วยนอก ส่วน IPD จะเป็นการรักษาในโรงพยาบาลที่ต้องนอนพักรักษาตัว
แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาจากความรุนแรงของอาการ หากไม่ต้องนอนโรงพยาบาลจะเป็นการรักษาแบบ OPD แต่หากต้องพักรักษาตัวเกิน 6 ชั่วโมงจะเป็นการรักษาแบบ IPD
ประกัน OPD คือ ความคุ้มครองที่ช่วยดูแลค่าใช้จ่ายจากการรักษาพยาบาลแบบผู้ป่วยนอก ที่ไม่จำเป็นต้องเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาล ขณะที่ประกัน IPD จะเข้ามาช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลที่เกิดขึ้น เมื่อเจ็บป่วยรุนแรง การมีประกันสุขภาพที่ให้ความคุ้มครองทั้งแบบผู้ป่วยในผู้ป่วยนอกจะช่วยให้คุณอุ่นใจได้มากขึ้น และสามารถวางแผนทางการเงินด้านสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ประกันสุขภาพจาก อลิอันซ์ อยุธยา ออกแบบมาเพื่อให้เข้าใจง่าย คุ้มครองครอบคลุมทั้ง OPD และ IPD ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ และให้คุณใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจในทุกวันและทุกสถานการณ์
สนใจติดต่อสอบถามเพิ่มเติม
สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ allianz.co.th หรือสอบถามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ผ่านศูนย์บริการลูกค้า อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต โทร. 1373 และศูนย์บริการลูกค้า อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย โทร. 1292 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง