อยากลดหย่อนภาษี ต้องรู้จัก ประกันออมทรัพย์ และ ประกันเกษียณ
ประกันออมทรัพย์ VS ประกันเกษียณ
ประกันชีวิตประเภทหนึ่งที่มีจุดประสงค์เพื่อออมเงินตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ โดยผู้ถือกรมธรรม์จะได้รับผลประโยชน์ในรูปแบบเงินจ่ายคืนตามกรมธรรม์ระหว่างสัญญา และเมื่อครบกำหนดสัญญาจะได้รับเงินก้อน หากผู้เอาประกันภัยมีชีวิตอยู่ ณ วันที่ครบระยะเวลาความคุ้มครอง พร้อมกับความคุ้มครองชีวิตที่ช่วยดูแลความมั่นคงทางการเงินให้แก่ผู้รับผลประโยชน์ หากผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตภายในระยะเวลาความคุ้มครอง
ประกันบำนาญ เหมาะกับคนที่ต้องการวางแผนชีวิตในช่วงเกษียณ ต้องการการการันตีรายได้ทุกปีหลังเกษียณ พร้อมได้รับความคุ้มครองชีวิต และยังสามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีเงินได้ตามกฎเกณฑ์ของกรมสรรพากร รวมถึงคนที่ไม่พร้อมรับความเสี่ยงสูงในการลงทุนรูปแบบอื่นๆ
เปรียบเทียบ ประกันออมทรัพย์ กับ ประกันบำนาญ
ต้องบอกว่าทั้ง 2 แบบประกันนี้มีลักษณะที่คล้ายกันในส่วนของการออมเงิน และได้รับความคุ้มครองชีวิต โดยมีข้อแตกต่างอยู่ตรงที่วัตถุประสงค์ในการออม ประกันออมทรัพย์ ส่วนใหญ่จะมีการจ่ายเงินคืนระหว่างสัญญา และมีโอกาสรับผลประโยชน์ในรูปแบบเงินปันผลเพิ่มเติม แต่ประกันบำนาญจะเป็นการสะสมเงินเข้าไปเรื่อยๆ และจะได้รับเป็นเงินบำนาณหลังเกษียณนั่นเอง
อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจทำประกันทั้งสองรูปแบบนี้ ผู้ทำประกันควรวางแผนการเงินให้ดีทั้งในเรื่องอายุที่เริ่มทำประกัน และระยะเวลาในการออม เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถจ่ายเบี้ยไปได้ตามเงื่อนไข และได้รับผลประโยชน์ตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ เพราะหากผู้ทำประกัน ยกเลิกสัญญาหรือเวนคืนกรมธรรม์ก่อนระยะเวลาที่กำหนด จะทำให้เสียสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ได้
ประกันออมทรัพย์ และ ประกันบำนาญ ลดหย่อนภาษีได้ทั้งคู่
เงื่อนไขการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีที่ต้องรู้ มีดังนี้
ประกันออมทรัพย์ (นับรวมเบี้ยประกันชีวิตและประกันสุขภาพ) สามารถนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้ตามกฎเกณฑ์ของกรมสรรพากร แต่รวมกันไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี และหากมี ประกันชีวิตของคู่สมรสที่ไม่มีรายได้ (ในปีภาษีนั้นๆ) สามารถหักลดหย่อนได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10,000 บาท
หมายเหตุ: ประกันสุขภาพของคู่สมรส เอามาใช้สิทธิลดหย่อนไม่ได้นะ
เงื่อนไขการใช้สิทธิลดหย่อนภาษี ประกันออมทรัพย์
- ต้องเป็นประกันชีวิตโดยบริษัทประกันชีวิตในประเทศไทยเท่านั้น
- กรมธรรม์ประกันชีวิตต้องมีระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป
- กรณีที่มีการจ่ายเงินคืนทุกปีระหว่างสัญญา เงินที่ได้รับคืนต้องไม่เกิน 20% ของเบี้ยรายปี
- กรณีที่มีการจ่ายเงินคืนตามช่วงเวลา เงินที่ได้รับคืนต้องไม่เกิน 20% ของเบี้ยสะสมของแต่ละช่วงเวลา
- หากมีการเลิกสัญญา หรือเวนคืนกรมธรรม์ก่อนครบ 10 ปี จะไม่สามารถนำเบี้ยประกันมาลดหย่อนภาษีได้ และต้องจ่ายคืนภาษีย้อนหลังที่ได้ใช้สิทธิลดหย่อนไป พร้อมเงินเพิ่มในรูปแบบดอกเบี้ย ในอัตรา 1.5% ต่อเดือน ของยอดภาษีที่จ่าย
ประกันบำนาญ สามารถนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้ตามกฎเกณฑ์ของกรมสรรพากร ได้ไม่เกิน 15% ของรายได้ผู้เอาประกัน สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาทต่อปี แต่เมื่อรวมกับการออมและกองทุนอื่นๆ แล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาท และหากมีประกันบำนาญของคู่สมรสที่ไม่มีรายได้ (ในปีภาษีนั้นๆ) สามารถลดหย่อนได้สูงสุด 10,000 บาท
นอกจากนี้ หากไม่ได้ใช้สิทธิลดหย่อนประกันชีวิต หรือประกันสุขภาพร่วมกับประกันชีวิต สามารถซื้อประกันบำนาณเพื่อลดหย่อนได้สูงสุด 300,000 บาท (นำค่าลดหย่อน 100,000 บาท ของประกันชีวิตทั่วไปมารวมกับค่าลดหย่อนประกันบำนาณได้ไม่เกิน 15% ของรายได้ผู้เอาประกัน สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท) หรือ หากมีประกันชีวิต หรือประกันสุขภาพร่วมกับประกันชีวิต แต่ใช้สิทธิลดหย่อนไม่ครบ 100,000 บาท สามารถนำเบี้ยของประกันบำนาณไปโปะรวมในส่วนนี้ให้ครบ 100,000 บาท ได้อีกด้วย โดยรวมกับสิทธิลดหย่อนประกันบำนาณได้ไม่เกิน 15% ของรายได้ผู้เอาประกัน สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท เช่นเดียวกัน
หมายเหตุ: กองทุนอื่นๆ เช่น RMF, กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, กบข., กองทุนสงเคราะห์ครูเอกชน, กองทุนการออมแห่งชาติ
เงื่อนไขการลดหย่อนภาษี ประกันชีวิตแบบบำนาญ
- คำนวณเงินได้สุทธิและภาษีที่ต้องจ่าย ตามสูตรคำนวณนี้
เงินได้ทั้งหมด - ค่าใช้จ่ายตามประเภท - ค่าลดหย่อน = เงินได้สุทธิ
⇒ คำนวณภาษีตามขั้นบันได = ภาษีที่ต้องจ่าย
⇒ หักภาษีที่ถูกหักไว้ ณ ที่จ่าย (ถ้ามี) = ภาษีสุทธิต้องชำระหรือขอคืน
หมายเหตุ: หักค่าใช้จ่ายตามกฏหมายสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท หักค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท และอีกส่วนสำคัญที่ต้องรู้ คือ สิทธิหักค่าลดหย่อนของเราในปีภาษีนั้นๆ มีอะไรอีกบ้าง เพื่อให้สามารถนำมาคำนวณได้
- ใช้สิทธิลดหย่อนที่มีไปแล้ว ยังขาดอีกเท่าไหร่ ให้เปลี่ยนภาษีที่ต้องจ่ายเพิ่มมาเป็นความคุ้มครองชีวิตหรือเงินก้อนหลังเกษียณ ด้วยการซื้อประกันชีวิตที่ตรงตามความต้องการและใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้อย่างคุ้มค่า
- เลือกประกันที่ตอบโจทย์ โดย อลิอันซ์ อยุธยา มีประกันหลากหลายรูปแบบที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็น ประกันออมทรัพย์ มาย ดับเบิล พลัส (มีเงินปันผล) S ที่เน้นการวางแผนการเงินในอนาคต โดยมีให้เลือกถึง 4 แผนตามเป้าหมายและช่วงอายุ ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาทต่อปี ไปจนถึง ประกันเกษียณสำหรับวัย 40 ปีขึ้นไป อย่าง มาย บำนาญ ไฟว์ A90/5 ประกันบำนาญแบบลดหย่อนได้ (มีเงินปันผล) ออมสั้นๆ แค่ 5 ปี มีเงินใช้ทุกปี ตั้งแต่อายุ 60 ถึง 90 ปี สามารถลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 200,000 บาท* หรือจะเป็นการวางแผนเกษียณอย่างมั่นใจ มีเงินใช้ทุกปี อย่าง มาย บำนาญ พลัส (บำนาญแบบลดหย่อนได้) รับเงินบำนาณตั้งแต่อายุ 55 ปี ไปเรื่อยๆ จนถึงอายุ 85 ปี แถมนำมาลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 200,000 บาท*
*ถ้าไม่ได้ใช้สิทธิลดหย่อนประกันชีวิต หรือประกันสุขภาพร่วมกับประกันชีวิต สามารถลดหย่อนภาษีได้เพิ่มอีก 100,000 บาท รวมลดหย่อนได้สูงสุด 300,000 บาท
สรุปแล้ว ไม่ว่าจะทำ ประกันออมทรัพย์ หรือ ประกันบำนาณ สามารถลดหย่อนภาษีได้ทั้งคู่ เพียงแต่ต้องคำนวณภาษีที่ต้องจ่ายให้ดี ทั้งฐานภาษีที่ต้องการลดหย่อน ใช้สิทธิอะไรไปแล้วบ้าง และยังต้องเสียภาษีอีกเท่าไหร่ แล้วค่อยมองหาประกันชีวิตที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องความคุ้มครองและสิทธิลดหย่อนที่ได้รับในค่า
เบี้ยที่จ่ายไหว หากยังตัดสินใจไม่ถูก สามารถกรอกข้อมูลด้านล่างเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ผู้เชี่ยวชาญของเรา เพื่อเลือกแบบประกันให้ตรงตามความต้องการของคุณได้เลย
หมายเหตุ:
- การใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร
- เงื่อนไขการรับประกันภัยเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด
- เงื่อนไขความคุ้มครองและผลประโยชน์เป็นไปตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
- ลูกค้าควรทำความเข้าใจในรายละเอียด ความคุ้มครองและเงื่อนไข ก่อนตัดสินใจสมัครทำประกันชีวิต