มีส่วนร่วมจ่ายเหมือนกัน แต่เงื่อนไขต่างกัน Co-payment ประกันสุขภาพ ที่คุณต้องรู้
Co-payment ปีแรก VS ปีต่ออายุ คืออะไร?
Co-payment ปีแรก คืออะไร?
ประกันสุขภาพที่ผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายร่วมในทุกครั้งที่เข้ารับการรักษา ตั้งแต่วันแรก และตลอดอายุสัญญา ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์นั้น โดยเงื่อนไข Co-payment ตั้งแต่ปีแรกนี้ จะช่วยคัดกรองความเสี่ยงของผู้เอาประกันภัยตั้งแต่ต้น และมีค่าเบี้ยประกันที่ถูกลง โดยสามารถประหยัดค่าเบี้ยประกันได้ 20-30% เลยทีเดียว ตอบโจทย์สำหรับคนอยากได้ความคุ้มครองแต่ไม่อยากจ่ายค่าเบี้ยแพง ซึ่งแผนประกันสุขภาพที่ อยากแนะนำ คือ แผนประกันสุขภาพ ซูพีเรีย เฮลท์ Superior Health ที่ให้คุณและครอบครัวของคุณอุ่นใจอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยประกันภัยสุขภาพที่คุ้มครองการรักษาพยาบาลอย่างเต็มที่สูงสุด 10 ล้านบาท
ตัวอย่าง Co-payment ปีแรก
หากมียอดค่ารักษาพยาบาล 100,000 บาท แล้วทำแผน Co-payment 20% ไว้ หมายความว่า ทุกการรักษาพยาบาลในฐานะผู้ป่วยในเมื่อเกิดค่าใช้จ่าย ผู้เอาประกันภัยจะมีส่วนร่วมจ่าย 20% ของ 100,000 บาท คือ 20,000 บาทในการนอนโรงพยาบาลในครั้งนี้ แล้วบริษัทประกันจะเป็นคนรับผิดชอบค่ารักษาอีก 80% ที่เหลือ คือ 80,000 บาทนั่นเอง
ประกันสุขภาพแบบ Co-payment ปีแรก เหมาะกับใคร?
และหากใครต้องการแผนประกันสุขภาพแบบไม่มีส่วนร่วมจ่าย (Co-payment) แนะนำแผนประกันสุขภาพแผน สมาร์ทเตอร์ เฮลท์ Smarter Health ที่เข้าใจง่าย เหมาจ่ายตามจริง สูงสุด 5 ล้านบาท ต่อปีกรมธรรม์ ค่าเบี้ยเหมาะสม อยู่ในงบที่จ่ายไหว (ยกเว้นแผน 4 กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 11 ปี ตั้งแต่ครั้งแรกที่เข้ารักษา มี Co-payment 30%)
Co-payment ปีต่ออายุ คืออะไร?
ประกันสุขภาพที่ผู้เอาประกันภัยจะต้องมีส่วนร่วมจ่ายในปีต่ออายุ หากปีก่อนหน้าเบิกเคลมเข้าเกณฑ์เงื่อนไขที่กำหนดตามที่ระบุไว้ในสัญญาเพิ่มเติมคุ้มครองสุขภาพ โดยจะมีผลบังคับใช้สำหรับลูกค้ารายใหม่ที่ซื้อสัญญาเพิ่มเติมคุ้มครองสุขภาพตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2568
กรณีที่ 1 เคลมค่ารักษาผู้ป่วยในด้วยการเจ็บป่วยเล็กน้อย Simple Diseases มากกว่าหรือเท่ากับ 3 ครั้ง ต่อรอบปีกรมธรรม์ และอัตราการเคลมมากกว่าหรือเท่ากับ 200% ของเบี้ยประกันสุขภาพ
กรณีที่ 2 เคลมค่ารักษาผู้ป่วยใน ด้วยโรคทั่วไป แต่ไม่ร่วมโรคร้ายแรงและการผ่าตัดใหญ่ มากกว่าหรือเท่ากับ 3 ครั้ง ต่อรอบปีกรมธรรม์ และอัตราการเคลมมากกว่าหรือเท่ากับ 400% ของเบี้ยประกันสุขภาพ
หากเข้าเงื่อนไขของกรณีที่ 1 หรือ 2 ผู้เอาประกันจะต้องร่วมจ่าย 30% ของจำนวนเงินค่ารักษาพยาบาลที่บริษัทอนุมัติจ่ายในปีถัดไป นอกจากนี้ หากเข้าเงื่อนไขทั้ง กรณีที่1 และ 2 ผู้เอาประกันจะต้องร่วมจ่าย 50% ของจำนวนเงินค่ารักษาพยาบาลที่บริษัทอนุมัติจ่ายในปีถัดไป
โดยบริษัทจะพิจารณาจากการเคลมในปีที่ผ่านมา และเริ่มใช้ในปีต่ออายุ และจะพิจารณากันแบบปีต่อปี หมายความว่า หากเข้าเงื่อนไขแล้ว สถานะ Co-payment ก็ไม่ได้คงอยู่ไปตลอด หากปีที่ผ่านมาไม่ได้มีการเคลมที่เข้าเกณฑ์ ก็จะไม่มีค่าใช้จ่ายร่วมในปีกรมธรรม์ถัดไป
ตัวอย่าง Co-payment กรณีปีต่ออายุ
ตัวอย่าง ป่วยแบบไหนเจอ Co-payment กรณีปีต่ออายุ คลิก (แนบลิงก์ Article #1 ป่วยเล็กน้อย (Simple Diseases) หรือ ป่วยโรคทั่วไป (General Diseases) ป่วยแบบไหนเจอ Co-payment)
ในระหว่างปีกรมธรรม์ที่เจอ Co-payment ดันป่วยเป็นโรคร้ายแรง จะเป็นอย่างไร?
กรณีที่เข้าเงื่อนไข Co-payment ต้องร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาลในรอบปีกรมธรรม์นั้นแล้ว ส่งผลให้ต้องร่วมจ่าย ‘ทุกค่ารักษา’ รวมไปถึงค่ารักษาโรคร้ายแรงและการผ่าตัดใหญ่ ที่เกิดขึ้นในรอบปีกรมธรรม์นั้นด้วย ฉะนั้น เพื่อบริหารจัดการ ส่วนร่วมจ่าย หรือ Co-payment ของผู้เอาประกันภัย ควรแอดมิดเท่าที่จำเป็น
นอกจากนี้การเลือกซื้อความคุ้มครองโรคร้ายแรงเพิ่มเติม ก็เป็นอีกทางเลือก ที่ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ได้ ไม่ว่าจะเป็น
ประกันโรคร้าย มัลติ แคร์ ให้คุณมีเงินก้อนไปวางแผนการรักษา พร้อมรับความคุ้มครองยาวนานถึงอายุ 99 ปี
ประกันโรคร้าย มาย ซีไอ แคร์ A85/20 เบี้ยฯ คงที่ตลอดอายุสัญญา หากป่วยเป็นโรคร้ายแรงในกลุ่มที่ 1 เคลมแล้วไม่ต้องจ่ายเบี้ยฯ อีกต่อไป
ประกันมะเร็งหายห่วง ช่วยแบ่งเบาภาระค่ารักษาโรคมะเร็งในทุกขั้นตอนของการรักษา เป็นแล้วเป็นอีก ก็ดูแลอย่างต่อเนื่อง